[RMC] ส่งธีม EPW
posted on 27 Jan 2012 23:31 by puccap44 in RMCเอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
และ
สวัสดีค่ะ โอ่งดินเจ้าค่ะ ขอแปะธีม EPW รบกวนพิจารณาด้วยนะเจ้าคะ /โค้ง/
มีธีมของเกรเซียร่วมกับยูคิ, เกรเซียเดี่ยว และยูคิเดี่ยว (แต่ขอแปะในนี้ค่ะ)
แต่ก่อนอื่น...ขอกล่าวอะไรสักนิดเนาะ ^^~
- ขออภัยที่ฟิคมันแย่มากนะคะ TwT
- ขออภัยนู๋โมและนู๋ยูกิ หากโอ่งปั้นฟิคแล้วไม่ตรงคาร์นู๋ยูกินะคะ TwT
- สุดท้าย...สำคัญที่สุด กราบขอบคุณเซจจี้ที่มาช่วยแชร์ความเรื้อนนะคะ XD
ปล. ชื่อเจ้าจะถูกอ้างอิงในบล็อคข้าทุกเอนทรี ^O^~
ธีมเจ้าห่วย
สวบ! สวบ! ตึก! ตึก! ตึก!!
เสียงกิ่งไม้ที่ถูกบางสิ่งเฉียดผ่านดังสอดแทรกไปกับเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกให้ใครก็ตามที่ได้ยินรับรู้ว่าผู้ที่กำลังเคลื่อนไหวนั้นกำลังเร่งรีบราวกับกำลังไล่ตามหรือหลบหนีอะไรสักอย่าง ใบหน้าชื้นเหงื่อหันมองด้านหลังอย่างระแวดระวัง หากความเงียบกริบของพื้นฉากเบื้องหลังก็บอกให้รู้ว่าหาได้มีสิ่งใดตามมาไม่
“!!!!” แต่เมื่อหันกลับมา...ชายร่างสูงในชุดพรางตาก็มายืนอยู่เบื้องหน้าในระยะที่ใบมีดสั้นจรดลงบนคอหอย ในช่วงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย...ร่างของเกรเซีย เดอ อีวา ก็อาศัยความว่องไวที่เพิ่งถูกฝึกให้ฝังลึกลงในสัญชาตญาณตวัดเอนกายไปเบื้องหลัง ม้วนตัวกลิ้งหลบฉาก...ไปตั้งหลักในจุดที่ห่างออกไป
ในขณะที่คิดว่าตนเองอยู่ในระยะห่างมากพอ...จู่ ๆ เกรเซียก็สัมผัสได้ถึงแรงปะทะอย่างแรงเข้าที่หัวไหล่ เหลือบไปมองก็คือสีแดงเถือกของกระสุนสีที่ถูกยิงมาโดนตัว
“เกมโอเวอร์แล้วครับคุณเกรเซีย” ชายผู้ใส่ชุดพรางตาพูดขึ้นพลางยืนรอให้คนที่เปียกสีแดงไปเกือบหมดทั้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง เกรเซียหอบแฮ่ก ตลอดหนึ่งเดือนที่เขาตัดสินใจเข้าคอร์สเซอร์ไวเวิล...เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉินของแฟมิลี่ที่กำลังใกล้เข้ามา และตัวเขาที่ร่วมต่อสู้ด้วยนั้น...ไม่มีทักษะใด ๆ ที่จะทำให้ตัวเองรอดชีวิตในการต่อสู้เลย สถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่ต่างกับเจ้าห่วยคนหนึ่งที่เป็นเป้านิ่งให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาโจมตีได้โดยง่าย
เพราะโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อการโจมตีด้วยกำลัง ทางเดียวที่เกรเซียมองเห็นคือการฝึกฝีเท้าให้ว่องไวเพื่อเอาตัวรอดโดยให้ร่างกายบาดเจ็บน้อยที่สุด
...เหลืออีกไม่กี่วัน เวลาที่กระชั้นเข้ามาทุกทีกระตุ้นให้เกรเซียไม่มีเวลาหยุดพักอีกต่อไป เสียงเจือความหอบเหนื่อยออกคำสั่งชายร่างสูงในชุดพรางตัวให้เริ่มฝึกกันอีกครั้งด้วยดวงตาที่มุ่งมั่นว่าอย่างน้อยที่สุด...เขาจะต้องมีชีวิตรอดกลับไปหาคนที่เขารัก...โดยปราศจากความกังวลของคนคนนั้นให้ได้
ธีมจระเข้ (ยูคิ)
ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองประกาศที่ถูกสั่งลงมาจากเบื้องบนด้วยความหวาดหวั่น ภารกิจกำจัดจระเข้ของท่านสควอโล่ที่หลุดออกมายามที่วาเรียผจญวิกฤติน้ำท่วม...ภารกิจที่อาจจะดูแสนง่ายดายสำหรับหลายคน หากสำหรับเขามันเป็นภารกิจที่ไม่ต่างกับการปลิดลมหายใจตัวเองให้ออกจากร่าง
เพียงเพราะว่า...เขาแพ้สัตว์เลื้อยคลาน!!
ยูกิอนนะหน้าซีดอ่านประกาศด้วยหัวใจระทึก เพียงแค่คิดถึงภาพของสัตว์เลื้อยคลานตัวยักษ์ที่รอดชีวิตจากช่วงวิกฤติไดโนเสาสูญพันธุ์ จระเข้ตัวเขื่องที่ผิวพรรณขรุขระ ดวงตาสีเหลืองสดที่มีแววดุร้าย ฟันคมนับไม่ถ้วนที่ฝังอยู่เคียงข้างกรามยาวอันน่าสะพรึงกลัว หางอันยักษ์ที่ตวัดตีเบา ๆ กระแสน้ำก็ฟุ้งกระจาย ภาพความน่าเกรงขามของจระเข้สัตว์ผู้เปรียบได้กับจ้าวแห่งสายน้ำยิ่งทำให้ชายผู้แพ้สัตว์เลื้อยคลานมีความรู้สึกคล้ายจะเป็นลม แข้งขาสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ เพียงแค่คิดว่าเขาจะต้องเข้าไปใกล้พวกมัน...เขาก็อยากจะอาเจียนเสียแล้ว
ดวงตาสีฟ้าอ่านหมายเหตุของภารกิจที่หากไม่ยอมทำ...ตนจะไม่มีวันได้คะแนนเพื่อเลื่อนตำแหน่ง
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึก...พยายามเรียกหาความหาญกล้าให้กลับเข้ามาสู่จิตใจ จิตวิญญาณของวาเรียที่เหมือนกับกระตุ้นเตือนให้ตนเดินทางเข้าต่อสู้กับสิ่งที่ตนหวาดกลัวมาตลอด เพียงชั่วครู่...ดวงตาสีฟ้าที่เคยทอแต่ความหวาดหวั่นกลับกลายมีแต่ความหาญกล้า แววตาเยือกเย็นสมกับที่อยู่ภายใต้เครื่องแบบวาเรีย มือบางกระชับอาวุธประจำตัวไว้มั่นในขณะที่อีกมือก็กำลังเขียนบางประโยคต่อท้ายประกาศภารกิจ
ชื่อ: มาโมริ ยูกิอนนะ
รับงานวันที่: 13-12-11
กำหนดส่งงานวันที่: 25-01-12
ธีมจระเข้ (เกรเซีย)
ค่ำคืนแสนสงบของวาเรีย...ภายในห้องพักเตียงคู่ที่ในที่สุดเกรเซียก็ได้มาครอบครองร่วมกับยูกิอนนะปรากฏสองร่างเจ้าของห้องที่กำลังแยกย้ายไปอยู่กันคนละมุมห้อง
เสียงดนตรีอันบอกให้รู้ว่ารายการ ‘ข่าว*ตื้ด*มิติ’ รายการข่าวของประเทศไทยที่มี คุณกิต*ตื้ด* สิงหา*ตื้ด* กำลังดำเนินรายการถูกให้ความสนใจผ่านเทคโนโลยี 3G ที่เจ้าของ iPad กำลังนั่งดูอย่างลุ้นระทึก
“ทำอะไรอยู่น่ะเกรซ์” เสียงยูกิอนนะรูมเมทเอ่ยถามขึ้นซึ่งก็ได้รับคำตอบแสนอ่อนหวานกลับมาทันที
“มองไม่ออกหรือไง” การทะเลาะยกใหม่กำลังเริ่มขึ้นหากดวงตาสีฟ้าจะไม่ได้เห็นภาพเคลื่อนไหวผ่านหน้าจอ iPad ที่ขึ้นมาว่า
‘ปฏิบัติการณ์ล่าจระเข้คู้บอน’
“เห...คู้บอนนี่มันคืออะไรเหรอ”
“ที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย...เขา ‘ลือ’ กันว่าเป็นวังจระเข้”
“แล้วมันมีจระเข้อยู่จริง ๆ เหรอ”
“อาจจะมีจริง...ไม่งั้นเขาไม่ทำเป็นซีรีย์ให้ฉันนั่งดูทุกวันแล้วให้นายมานั่งถามอยู่นี่หรอก”
“แล้วเขาจับได้บ้างหรือยังล่ะ”
“ฉันกำลังคิด...ว่าที่ชาวบ้านเขาเห็นมันเป็นตัวเงินตัวทองแล้วเขาเข้าใจผิดกันไปเองหรือเปล่า”
ภาพของจระเข้และตัวเงินตัวทองที่ปรากฏในความคิดทำให้ยูกิอนนะสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เพียงเพราะโรคประจำตัวที่แพ้สัตว์เลื้อยคลาน
“ถ้าจับได้...คงดีเนอะ พวกชาวบ้านจะได้นอนหลับ โล่งใจกันสักที”
“ฉันก็หวังให้เป็นอย่างนั้น แต่ไม่ว่าจะกี่วันผ่านไป จระเข้ที่คู้บอนก็มีแต่...คนจับไม่ได้เห็นและคนเห็นไม่ได้จับ...ทุกที...”
“อ้าว...แล้วอย่างนี้เขาจะสรุปซีรีย์ว่ายังไงล่ะ”
“....เขาอาจจะตัดจบแบบปาหมอนหรือไม่ก็เรือสวย หรือบางที...วันพรุ่งนี้ซีรีย์นี้ก็อาจจะหายไปจากรายการอย่างเนียน ๆ ก็ได้...พรุ่งนี้ได้คงรู้กัน”
ธีมดันเจี้ยน
ความมืดมนอนธกาลที่แทบมองไม่เห็นสิ่งใด ๆ แม้เพียงฝ่ามือของตัวเอง แสงไฟสีเขียวสลับแดงที่ถูกติดเอาไว้ตามมุมห้องที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นโคมนำทาง...หากนั่นยิ่งกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างยิ่งดูน่ากลัว เสียงปีกกระทบกันของค้างคาวตัวเขื่องที่บินว่อนออกหากิน เสียงแว่วโหยหวนของบางสิ่งที่มิอาจคาดเดาได้ว่าคือสิ่งใด ดวงตาสีกลืนกับความมืดมองรอบข้างอย่างหวาดระแวง สองมือกระชับอาวุธในมือราวกับต้องการหาที่พึ่งก่อนจะเลื่อนไปกระชับอาภรณ์ที่สวมใส่เพื่อจะเรียกความมั่นใจ
เสียงการเคลื่อนไหวที่ได้ยินใกล้เข้ามากระตุ้นให้เจ้าของโสตรีบเคลื่อนตัวหลบเข้าไปอาศัยความมืดของซอกหินเป็นเกราะอำพรางตัว สัมผัสได้ถึงพื้นที่ยืนอยู่สั่นไหวน้อย ๆ กลิ่นความเน่าเหม็นที่ฆานได้รับพร้อมกับเสียงลมหายใจของบางสิ่งยิ่งทำให้รู้สึกพะอืดพะอม เสียงคำรามในลำคอที่ไม่ต่างกับสัตว์ประหลาดดุร้ายยิ่งทำให้หัวใจที่สั่นไหวอยู่แล้วยิ่งทบทวีความหวาดหวั่น มือชื้นเหงื่อกระชับอาวุธประจำตัวไว้มั่นตวัดสายตามองผู้ร่วมชะตากรรมอีกหนึ่งคนที่หลบซ่อนอยู่ไกลออกไปไม่ต่างกับการส่งกระแสจิต
ในช่วงเสี้ยววินาทีที่ศัตรูร้ายโผล่ออกมา...พลังเวทย์สายฟ้าก็ถูกปล่อยออกจากคทาคริสตัลใส ก่อนที่ดาบยักษ์จะพุ่งเข้าจ้วงแทงร่างใหญ่ยักษ์ที่ถูกพลังสายฟ้าพิโรธทำให้หยุดชะงัก สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นประเภทไหนเพียงเพราะร่างกายที่ใหญ่ยักษ์ สวมเกราะสีดำสนิทดูน่าเกรงขาม ใบหน้าที่สมควรจะน่าคร้ามเกรงกลับเป็นเพียงโครงกระดูกสีขาวซีด อาวุธทรงอานุภาพที่คู่ต่อสู้ทั้งสองรับรู้ถึงความยากเข็ญในการต่อกรตวัดกวัดแกว่ง ส่งพลานุภาพร้ายแรงที่ทำให้มนุษย์ทั้งสองต้องพยายามหลบหลีกเพื่อรักษาชีวิต
แต่แม้อสูรร้ายจะน่ากลัวและเก่งกาจเพียงไหน หากมิตรภาพและความสามัคคีกลับทรงอานุภาพมากกว่า สายฟ้าของนักเวทย์ผ่าเปรี้ยงลงกลางหัวสัตว์อสูรพร้อมกับคมดาบที่จ้วงแทงลงกลางอก ภาพการล้มลงของสิ่งที่สูงใหญ่กว่าเป็นประหนึ่งรางวัลที่มอบให้กับความพยายาม
ค่า EXP กว่าสองแสนที่ขึ้นบนหน้าจอ...เรียกเสียงถอนหายใจจากคนสองคนที่นั่งซั่มเกมส์ออนไลน์ไม่หลับไม่นอน
“บอสดันเจี้ยนนี่ล้มยากชะมัด” ยูกิอนนะพูดพลางคลิกเมาส์สั่งให้ตัวละครนักรบของตนเดินไปเก็บเงินที่ได้จากการล้มลาสต์บอส เช่นเดียวกับที่เกรเซียก็คลิกเมาส์สั่งให้ตัวละครนักเวทย์ของตนเดินไปหยิบไอเท็มที่ตกจากบอสของแผนที่ดันเจี้ยน
“ถ้าไม่ตี้กันคงไม่รอดสักที” พูดพลางวาดเมาส์นำทางให้ตัวละครของตนวาร์ปกลับไปยังเมืองเพื่อเก็บไอเท็มที่ได้รับมาจากแผนที่ดันเจี้ยนและซื้อเลือดกับมานาสำรอง
“เดี๋ยวสิเกรซ์! ทิ้งกันเลยเหรอ” ยูกิอนนะโวยวายลั่นเมื่อพบว่าที่หน้าจอหลงเหลือแต่ตัวละครนักรบของตนเองที่ยืนอยู่เคียงข้างบอสที่เกิดใหม่เร็วผิดปกติ
“ก็อยากชักช้าเองทำไมล่ะ” เสียงราบเรียบเอ่ยพลางออกคำสั่งให้ตัวละครใช้แผนที่เพื่อวาร์ปไปยังแผนที่ใหม่เนื่องจากเควสต์ที่ต้องทำในแผนที่ดันเจี้ยนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่สนใจถึงเสียงบ่นอุบของเพื่อนร่วมห้องที่สวดยาวที่ลูกตนเองถูกบอสดันเจี้ยนรุมทึ้งย่อยยับเสียจนค่าประสบการณ์ที่ได้รับเมื่อครู่หายวับไปกับตา
ตัดจบ
ธีมติดเกาะ
ลมทะเลพัดแผ่ว เสียงคลื่นซัดสาดผืนทรายขาวสะอาดตา กลิ่นเกลือทะเลฟุ้งตลบอบอวล เสียงเหล่านกนางนวลต่างบินหยอกเย้ากับทั่วผืนฟ้า บรรยากาศของชายหาดอันแสนสงบที่ร่างของชายสองคนในชุดเครื่องแบบวาเรียสีขาวสลับดำกำลังนั่งนิ่งอยู่บนพื้นทรายเม็ดละเอียด
ท้องทะเลสีครามจรดกับเส้นขอบฟ้าสีสดที่ดวงตา 2 คู่ของยูกิอนนะกับเกรเซียต่างจ้องมองไปเบื้องหน้าด้วยความหวัง เพียงเพราะภารกิจที่ทั้งคู่ได้รับมอบหายให้มาสืบราชการลับ (?) บนเรือสำราญหรูติดอันดับโลก แต่เพราะอุบัติเหตุที่เรือดันเกิดอับปางจึงทำให้ทั้งสองต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากกลางทะเลที่บ้าคลั่งจนมาติดอยู่บนเกาะร้างที่เวลาผ่านไปเกือบสามวันแล้วก็ยังไม่มีวี่แววของการช่วยเหลือใด ๆ
“พวกเราติดเกาะกันมา 3 วันแล้วนะ อาหารที่ติดตัวมาก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย...ทำยังไงดีล่ะ” ยูกิอนนะพูดกับผู้ร่วมชะตากรรมที่นั่งอยู่เคียงข้างด้วยน้ำเสียงที่ติดจะแผ่วเบา...ปนหมดสิ้นซึ่งความหวัง
“ถ้างั้นเราคงต้องช่วยกันหาอาหารมาประทังชีวิตจนกว่าจะออกไปจากที่นี่ได้” คู่สนทนาเจ้าของเรือนผมสีดำกล่าวด้วยน้ำเสียงแสนอ่อนระโหยไม่แตกต่างกัน
“แล้วจะทำยังไงล่ะ”
“วางกับดัก”
ร่างบางของชายผมสีน้ำตาลอ่อนกำลังยืนบิดไปมาอย่างไม่มั่นใจ ดวงตาสีฟ้ามองเชือกเส้นหนาที่ผูกอยู่รอบข้อเท้าตนอย่างหวาดระแวง
“นี่...นายว่าอย่างนี้จะสำเร็จเหรอเกรซ์”
“สำเร็จสิ เอานายเป็นเหยื่อล่อให้สัตว์สักตัวมาตกหลุมที่เราขุดไว้”
“แล้วนายจะมั่นใจได้ยังไงว่ามันจะตกลงไปในหลุม ไม่มาขวิดฉันตายก่อนน่ะ!?”
“ฉันจะดึงเชือกให้นายขึ้นไปบนต้นไม้ไงล่ะ ไม่ต้องห่วง...ฉันไวอยู่แล้ว หรือถ้าโชคร้ายจริง ๆ นายก็จะแค่บาดเจ็บ ไม่ถึงตายหรอกฉันสัญญา ชู่ว....” การอธิบายแผนการที่ถูกคิดขึ้นในช่วงเวลาที่หิวโหยและจำเป็นต้องประหยัดกระสุนหยุดลงเมื่อเกรเซียได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของบางสิ่งเข้ามาใกล้
สายตาสองคู่มองเห็นหมูป่าตัวเขื่องที่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงถูกใจยูกิอนนะนักหนาควบปรี่เข้ามา...ในช่วงจังหวะที่หมูป่ากำลังพุ่งเข้าชน...เรี่ยวแรงทั้งหมดของเกรเซียก็ถูกงัดขึ้น ดึงเชือกจนร่างผมสีน้ำตาลขึ้นไปอยู่บนต้นไม้โดยมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของยูกิอนนะเป็นดนตรีประกอบ
ยูกิอนนะที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้มองเกรเซียเดินเข้าไปทุ่มหินใส่หมูป่าจนสลบแล้วใช้มีดผ่าตัดปาดหลอดลมจนสัตว์ต่างสปีชีส์จบชีวิต แต่สมาธิที่กำลังจดจ่อนั้นกลับสะดุดลงเมื่อหัวตนสัมผัสได้ถึงความเย็นลื่นของบางสิ่ง เงยหน้ามองก็พบเข้ากับงูสีเขียวสดตัวยักษ์ที่กำลังจดจ้องมายังตน งูสีเขียวที่ยูกิอนนะจำได้แม่นยำเพียงเพราะเจ้างูตัวนี้เป็นตัวเดียวกับอาวุธกล่องชื่อชิกกิที่รูมเมทของเขาได้รับฝากเลี้ยงมาจากแมวน้อย (?) นามมิคาเอล!
เลือดในกายเย็นเฉียบ ลูกแก้วสีฟ้าจ้องสบกับดวงตาขุ่นของงูร้าย และในเสี้ยววินาทีที่ยูกิอนนะกำลังกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่กำลังง่วนอยู่กับซากหมูป่า...งูตัวนั้นก็พุ่งเข้าสู่เป้าหมายโดยไม่ฟังคำอ้อนวอนต่อรองใด ๆ สักนิด!!!
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เสียงกรีดร้องดังลั่นที่มาพร้อมกับแรงกระแทกของร่างกายกับพื้นโดยแรง สิ่งแรกที่ปรากฏในคลองจักษุสีฟ้าอ่อนคือใบหน้าไม่สบอารมณ์ของรูมเมทที่กำลังมองมาอย่างขัดใจ
“ฝันร้ายหรือไง” เสียงที่ติดงัวเงียของเกรเซียถามขึ้น
“อา...ใช่ ฉันฝันว่าติดเกาะ แล้ว...”
“ฝันไร้สาระ แล้วคราวหลังช่วยละเมอเงียบ ๆ หน่อย เดี๋ยวคนข้างห้องเขาจะคิดว่าฉันทำอะไรนาย” ประโยคอธิบายของคนฝันร้ายสะดุดลงเมื่อคนเจ้าอารมณ์ไม่รีรอที่จะฟังจนจบ...เอ่ยขัดประโยคขึ้นมา ก่อนคนที่ถูกปลุกเพราะรูมเมทละเมอก็จิกสายตาใส่แล้วพูดประโยคที่ทำให้ยิ่งกว่าเจ็บใจ
“เพราะว่าฉัน ‘เลือก’ น่ะ” พูดจบเกรเซียก็เดินเชิดกลับไปนอนต่อโดยไม่สนใจคนที่นั่งเหงื่อตกอยู่บนพื้นเลยสักนิด
ดวงตาสีท้องฟ้าตวัดค้อนคนผมดำพลางกล่าวอาฆาตในใจ
‘ไม่ใช่เพราะนายหรือไงที่เอางูบ้า ๆ มาเล่นทุกวันจนฉันต้องเก็บเอาไปฝันน่ะ! ไอ้คนรสนิยมประหลาด!!!’
ธีม Tablet (เกรเซีย)
ดวงตาต่างสีสองคู่มองใบกระดาษที่แจ้งธีมสำหรับภารกิจ EPW อย่างงุนงง คำว่า Tablet ทำให้เกรเซียและยูคิอนนะเงียบลงไปเกือบพักใหญ่ ก่อนที่ผู้ไว้ผมสีน้ำตาลอ่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจว่า...
“Tablet นี่...มันคืออะไรน่ะ”
ดวงตาสีถ่านตวัดมองรูมเมทของตนด้วยสายตาว่างเปล่า หากลอบสังเกตดี ๆ จะมองเห็นความเบื่อหน่ายและคำติเตียนแอบซ่อนอยู่ภายใน
ความเงียบที่เป็นคำตอบจากเพื่อนร่วมห้องทำให้ยูคิอนนะยิ่งทวีความอยากรู้
“นายไม่รู้เหรอ?” แต่สิ่งเดียวที่ตอบกลับมาคือความเงียบงันเช่นเคย...ดวงตาสีฟ้าอ่อนกลอกตามการเคลื่อนไหวของเกรเซียที่เดินไปหยิบไอแพด...สิ่งที่ยูกิแอบเรียกว่า ‘กระดานชนวน’ ออกมาเปิดเล่น ใบหน้าเรียวของรูมเมทจดจ่ออยู่กับหน้าจอขนาดกำลังดีของไอแพดในมือ ในขณะที่นิ้วสีหิมะเอาแต่แตะสัมผัสหน้าจออย่างคล่องแคล่วที่ยูคิใช้เวลาสักพักถึงจะเข้าใจว่ารูมเมทของเขากำลังเล่นเกมอะไรสักอย่างที่เขาก็ไม่แน่ใจ
“นี่...แล้วสรุปว่านายรู้หรือยังว่าธีม Tablet คืออะไร” เสียงติดรำคาญของเพื่อนร่วมห้องทำให้เกรเซียลอบถอนหายใจ ก่อนที่มือบางจะยกไอแพดสีดำสนิทขึ้นมาโบกไปมาเบา ๆ
“นายร้อนเหรอเกรซ์?” แต่คำถามใหม่ที่ดังขึ้นมาทำให้การบอกคำตอบธีม Tablet ของเกรเซียหยุดชะงักลงทันที ใบหน้าสัญชาติญี่ปุ่นส่อแววเบื่อหน่าย...ก่อนเจ้าของเรือนผมสีดำจะเลือกความเงียบให้เป็นคำตอบโดยปล่อยให้เสียงบ่นอุบของเพื่อนร่วมห้องเป็นไม่ต่างกับเสียงลมของเครื่องปรับอากาศในห้องนอนคู่ของตนทั้งสอง
ธีม Tablet (ยูคิ)
ยูคิอนนะเดินไปมาด้วยใบหน้าครุ่นคิด ปริศนาของธีม Tablet ที่จนป่านนี้ตนก็ยังคิดปริศนาไม่ออก คำตอบของเพื่อน (ที่เขาไม่อยากเรียกว่าเพื่อน เรียกว่ารูมเมทแล้วกัน) ที่มีแต่ความนิ่งเฉย ยูคิยังจำได้ดีถึงร่างบางที่ถือครองสัญชาติญี่ปุ่นแต่มีชื่อเป็นอิตาลีที่นั่งนิ่ง...เดินไปหยิบแผ่นกระดานชนวนที่เขาเพิ่งรู้ว่ามันคือไอแพดมานั่งเล่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว พอถามย้ำก็ได้เพียงการถือไอแพดโบกไปมาที่มาพร้อมกับดวงตาที่พยายามจะบอกอะไรสักอย่าง
...แต่เขาไม่เข้าใจ...
เลยตีความว่ารูมเมทเขาคงจะร้อนเกินไปนั่นเอง
แต่...ทำไมพอถามด้วยความเป็นห่วง...เกรซ์ถึงทำหน้าเซ็งเป็ดใส่เขาล่ะ?
คำถามที่ไม่คิดจะอยากหาคำตอบเพราะธีม Tablet ที่เขายังตีไม่แตกเสียที
จริงสิ...มันเป็นภาษาอังกฤษ...ถ้างั้นเราก็ต้องไปเปิดพจนานุกรมเพื่อแปลความมันก็สิ้นเรื่อง!!
แต่เพราะไม่คิดว่าอยู่วาเรียจะได้ใช้พจนานุกรม...ยูคิจึงจนปัญญา ยอมไปขอความช่วยเหลือให้เกรซ์ใช้เทคโนโลยีค้นหาความหมายของคำว่า Tablet ให้
เวลาเพียงไม่กี่นาที...ปริศนาทั้งหมดก็ไขกระจ่าง
ยาเม็ดสีขาวพิสุทธิ์ที่ชื่อว่าพาราเซตามอลถูกมือขาวของยูคิอนนะกำอยู่ในมือ...ด้วยความภูมิใจว่าในที่สุดเขาก็รู้เสียทีว่า Tablet นั้นหมายความว่าอะไร
Tablet = ยาเม็ด นั่นเอง!!!
ธีมเสบียง
ข้าวของมากมายที่ถูกบรรจุใส่กล่องกระดาษวางเรียงรายเต็มพื้นห้อง รายชื่อสิ่งของถูกปากกาในมือสีหิมะตวัดขีดค่าทีละชื่อ สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันถูกเลือกสรรมาอย่างดีสำหรับร่างบางผู้ที่จะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกของหน่วยลอบสังหารภายใต้ธงของวองโกเล่...วาเรีย
กลุ่มคนที่ครอบครองชื่อเสียงและกิตติศัพท์อันน่าเกรงขาม อาภรณ์สีดำรัตติกาลที่ทำให้ทุกคนคร้ามเกรงได้ไม่ยาก ปราสาทเก่าแก่สูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าลึก...ทุกสิ่งที่ขับเกลาให้คำว่า ‘วาเรีย’ สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ทุกผู้ที่ได้รับฟัง
หากแต่ใครเล่าจะรับรู้...ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเนื้อแท้ของคำว่าวาเรียนั้นจะเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวเสียจนยากที่จะหาทางชดใช้ ชื่อเสียงน่าเกรงขามเป็นสิ่งปกปิดใบเงินเดือนที่รอตกเบิกทบเดือนไปเรื่อย ๆ กลางโต๊ะอาหารยาวสำหรับเหล่าสมาชิก...แทนที่จะเป็นอาหารรสเลิศสำหรับลูกน้องที่ตรากตรำภารกิจ กลับกลายเป็นมาม่าซองน้อยที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เคยอิ่ม
ความลับที่รับรู้กันเพียงคนในเท่านั้นทำให้เกรเซียตัดสินใจสั่งซื้อข้าวกล่องแช่แข็งมาเป็นเสบียงเพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร หากกระนั้นยังไม่ลืมสั่งซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสารพัดรสชาติมาเก็บเอาไว้อีกด้วย
ยูกิอนนะอ้าปากค้างยามได้เห็นกล่องเสบียงที่ภายในบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองหลากสีที่รูมเมทตนยกออกมาตอนที่ทนฟังตนบ่นว่าหิวไม่ไหวอีกต่อไป มือเรียวรื้อค้นกล่องอาหารแห้งมองหารสชาติที่ถูกใจ
“แล้วนายไม่กินเหรอเกรซ์” คำถามที่ได้รับดวงตาสีถ่านเหลือบกลับมาก่อนที่ร่างของรูมเมทผมดำจะพลิกตัวหันหลังให้ พึมพำตอบคำถามว่า
“ฉันใจดี...อยากให้นายอ้วนคนเดียวน่ะ” พูดจบก็ไม่ต่างกับดับสวิทซ์ร่างกาย...งีบหลับโดยไม่สนใจเสียงสวดของรูมเมทที่แม้จะบ่นเป็นชุดหากก็ยังหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปต้มกินอยู่ดี
ธีมคำสาป
กาลครั้งหนึ่ง...เวลานานแสนนาน...ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ยังมีพระราชาและราชินีเป็นเจ้าของปราสาทหลังงาม เจ้าชายครองคู่กับเจ้าหญิง มีแม่มดใจร้ายอาศัยอยู่ในป่าลึก และมนุษย์ยังสื่อสารกับสัตว์ป่ารู้เรื่อง
เจ้าหญิงโฉมงามนางเอกของเรื่องเดินมาหยุดหน้ากระจกบานใหญ่พร้อมกับพระสหายผู้มีศักดิ์โดนบังคับเป็นแม่มดที่มีรูปร่างโปร่งบางไม่ต่างกัน มิตรภาพของทั้งสองเริ่มต้นภายใต้ปราสาทหลังงามที่ชื่อว่าวาเรีย
แต่แล้ว...ความเป็นเพื่อนของทั้งสองกลับสะดุดลงเมื่อกระจกวิเศษผู้รอบรู้ทั่วหล้าเอ่ยขึ้นมาว่า
“บุคคลที่งดงามที่สุดในสามโลกคือเจ้าหญิงเกรเซีย” ดวงตาสีฟ้าสดของยูกิอนนะเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ในขณะที่ใบหน้าของผู้ถูกยกให้เป็นผู้งดงามนั้นปรากฏแววกระหยิ่งยิ้มย่อง ก่อนดวงตาสีนิลจะตวัดกลับมาสบ ริมฝีปากสีสดเหยียดรอยยิ้มสมใจ มือเรียวสอดไล้เข้าไปในกลุ่มผมสีรัตติกาลก่อนจะสะบัดพลิ้วไปตามสายลม
“ในฐานะที่นายหน้าตาแย่กว่าฉัน...ฉันจะสาปให้นายสวยน้อยกว่าฉันตลอดไปแล้วกันนะ” ลูกแก้วสีฟ้าอ่อนของยูกิยิ่งเบิกกว้างมากขึ้นเมื่อตนผู้เป็นแม่มดใจร้ายกลับกลายเป็นฝ่ายถูกเจ้าหญิงผู้แสนดีสาปซะงั้น!
“ทางแก้คำสาปมีวิธีเดียว...นายจะต้องไปเอาแอปเปิ้ลวอชิงตันสีแดงสดจากยมทูตแล้วเอาไปเคลือบคาราเมลจากบ้านขนมปังผิงของหมาป่าแล้วเอามาให้ฉันกิน” การแก้คำสาปที่ได้รับเป็นดวงตาเหลือกลานของผู้รับบทแม่มดใจร้ายกับเสียงหัวเราะชอบใจปานประหนึ่งตัวร้ายในละครของเจ้าหญิงผู้แสนดี
การเดินทางแก้คำสาปเริ่มขึ้นโดยการนำทางของนายพรานที่นำแม่มดโชคร้ายมาปล่อยทิ้งที่เขตชายแดนปราสาทก่อนที่นายพรานจะหนีกลับบ้านเก่าไปอย่างไม่ไยดี
ป่าหนาทึบ...ต้นไม้ขึ้นรกครึ้ม สิงสาราสัตว์ที่ไม่มีความเป็นมิตรสร้างความหวาดหวั่นให้แม่มดผู้ถูกสาปยิ่งนัก สองขาเรียวเดินเรื่อยเปื่อยไปไม่รู้ทิศทาง พยายามใช้เวทมนต์อันน้อยนิดที่แม่มดพึงมีป้องกันตนเองให้ปลอดภัย ราวกับยังมีความโชคดีในโชคร้ายที่บังเอิญเหลือบไปเห็นต้นแอปเปิ้ลที่กำลังออกผลสีเขียวสด
“เรื่องอะไรเราต้องไปตามหายมทูตให้วุ่นวายล่ะ เสกให้มันเปลี่ยนสีก็สิ้นเรื่อง” คิดพลางเด็ดแอปเปิ้ลลูกโตก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาร่ายเวทย์ให้เปลี่ยนเป็นพันธุ์วอชิงตันสีแดงสดให้ได้
แต่อนิจจา...3 ชั่วโมงที่ยูกิคร่ำเคร่งกับการเปลี่ยนสีผลไม้ก็ยังไม่เป็นผล ความพยายามสุดท้ายสิ้นสุดลงกับการร่ายเวทย์ครั้งที่ 39 แอปเปิ้ลสีเขียวถูกโยนทิ้งน้ำทันที ในเสี้ยววินาทีที่แม่มดหันหลังกลับ...ในลำธารก็ปรากฏร่างบอบบางในอาภรณ์ฮากามะสีดำสนิทเช่นเดียวกับเรือนผมยาวเลยบั้นเอว
“เจ้าที่อยู่ตรงนั้น...แอปเปิ้ลผลนี้เป็นของเจ้าหรือไม่” ชายแปลกหน้าผู้มีหน้าตาคล้ายผู้ที่สาปตนเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
“เกรซ์! นายมาทำอะไรที่นี่”
“ข้ามิได้ชื่อเกรเซียหากมีใบหน้าละม้ายเท่านั้น ข้าเป็นยมทูตผู้เฝ้าบ่อน้ำนี้...แอปเปิ้ลนี้เป็นของเจ้าใช่หรือไม่”
และก่อนที่เนื้อเรื่องจะเวิ่นเว้อทะลุ 1000 คำ...ในที่สุดแม่มดต้องสาปก็ได้รับแอปเปิ้ลมาจนได้ แต่...
“แอปเปิ้ลวอ...? ข้าไม่รู้จัก ข้ามีเพียงแอปเปิ้ลฟูจิเจ้าเอาไปก็แล้วกัน” ยูกิอนนะเดินตัดฉากตามกลิ่นหอมหวานของนมเนยจนมาถึงบ้านขนมปังผิงที่มีมนุษย์หมาป่าเป็นเจ้าของ
“นายมาทำอะไรที่นี่อีกแล้วเกรซ์” ดวงตาสีทองของหมาป่าในร่างมนุษย์ตวัดมองอย่างหงุดหงิด
“ข้าไม่ใช่เกรเซีย...แค่หน้าคล้ายกันเท่านั้นแล้วก็รีบ ๆ ส่งแอปเปิ้ลมาซะ...เร็วเข้า ค่าตัวข้าแพง” แอปเปิ้ลฟูจิถูกชุบลงในคาราเมลกลิ่นเฮเซลนัทจนทั่วก่อนที่มนุษย์หมาป่าจะไล่ผู้บุกรุกออกไปอย่างสุภาพจนแม่มดตั้งตัวไม่ทัน
เควสต์การแก้คำสาปสิ้นสุดลงเมื่อยูคิกลับมาสู่ปราสาทวาเรียอีกครั้ง
...หรือเปล่า?
‘ถึงแม่มดยูกิอนนะ
ฉันได้รับมอบหมายให้ไปทำภารกิจเดินพรมแดงโชว์ความสวยรอบโลก ไม่มีกำหนดกลับ นายจะกินแอปเปิ้ลก็ได้นะ...ฉันไม่ว่า
ปล. นายจะรอฉันถอนคำสาปให้ตอนฉันกลับมาหรือนายจะสวยน้อยกว่าฉันไปตลอดชีวิตก็แล้วแต่นายเลือกแล้วกัน...ฉันตามใจนายเสมอ
เจ้าหญิงเกรเซีย’
“และแล้วแม่มดก็ไม่อาจถอนคำสาปได้...จึงทำให้แม่มดทุกเรื่องไม่สวยหมดทุกคน”
“นิทานบ้าบออะไรของนายน่ะเกรซ์!?”
“ตำนานเรื่องความสวยของแม่มดไงล่ะ นายถามเองไม่ใช่เหรอว่าทำไมแม่มดถึงไม่สวย”
“แล้วทำไมแม่มดต้องชื่อยูกิ!?”
“เพิ่มอรรถรสในการฟังไง แล้วเลิกโวยวายสักที...จำนวนคำมันเกินมามากแล้ว สมควรตัดจบปิดไฟนอนได้แล้ว”
ได้ยินดังนั้นยูกิอนนะก็ไม่ต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไป ยินยอมให้รูมเมทดับไฟห้องก่อนจะเดินทางเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนเล่นนิทานแปลก ๆ ให้ฟัง
...โดยที่ในใจก็คิดว่าถึงเขาจะสวยสู้รูมเมทไม่ได้...แต่ความน่ารักของเขาก็กินขาด
ธีมลิงเลอะ
อากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทยทำให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เดินวนอยู่รอบศาลพระกาฬเหงื่ออาบกายไม่ต่างกับเพิ่งอาบน้ำได้ไม่ยาก ดวงตาสีถ่านมองความจอแจของผู้คนที่อยู่รอบกายอันประกอบด้วยนักท่องเที่ยวเช่นตน คนพื้นถิ่น รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่มีสปีชีส์ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด...ลิง
สัตว์มีกระดูกสันหลังเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกิมมิคคือสามารถปีนป่ายห้อยโหนต้นไม้ได้ไม่ต่างกับชะนี แต่กลับมีความรู้และขนาดสมองใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดกำลังปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่ดูแปลกแยก
อาหารสารพัดชนิดถูกหยิบยื่นให้ลิงเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้วยอันเป็นอาหารโปรดของสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ ขนมปัง ข้าวเหนียว หมูเสียบไม้ย่าง หรือบางทีนมขวดก็ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งลิงเหล่านั้นหยิบไปดูดได้อย่างง่ายดาย
แน่นอน...สิ่งมีชีวิตที่แม้จะฉลาด มีระเบียบ แต่ในสังคมที่ดีก็ย่อมมีส่วนเสียอยู่เช่นกัน ลิงบางกลุ่มที่มีนิสัยซุกซน ชอบลักขโมยสิ่งของจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยวได้ไม่ยากนัก เกรเซียมองลิงตัวหนึ่งที่แอบลักขนมปังหมูหยอง (?) ของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีโดยไม่ลืมฝากรอยเล็บไว้บนมือสาวเกาหลีหน้าศัลยกรรมเป๊ะเอาไว้ด้วย ลิงขี้ขโมยวิ่งหนีชาวบ้านที่เอาสิ่งของไล่ปาจนไปชนเข้ากับถังสีของร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างจนทั้งตัวของลิงเลอะเปรอะสีชมพูชอคกิ้งพิงค์ไปทั้งตัว
“แม่ฮะ...สีทาบ้านมันราดตัวลิงหมดเลย เวลาลิงเลอะจะต้องทำยังไงเหรอฮะ” เสียงสนทนาของเด็กน้อยชาวญี่ปุ่นผู้ร่วมทริปกับตนถามผู้เป็นแม่ด้วยภาษาถิ่น
“ลิงเลอะก็ต้องไปล้างจ๊ะ” และคำตอบด้วยภาษาญี่ปุ่นเช่นกันดังขึ้น...ที่ผู้ฟังคนที่สามเช่นเกรเซียไม่ได้สนใจ ยังคงปล่อยความคิดเรื่อยเปื่อยไปกับสถาปัตยกรรมของศาลพระกาฬต่อไป...
ตัดจบ
ธีมรักแท้ (เนว่าดาย)
รักแท้...สิ่งที่คนทั่วไปตามหามาค่อนชีวิต แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนเช่นยูคิอนนะกับเกรเซีย เดอ อีวา งงงันอย่างที่สุด
รักแท้ (เนว่าดาย)
“ความรักงั้นเหรอ” ยูคิอนนะเริ่มเป็นเสียงแรกเช่นเคย
“ต้องเป็นความรักแท้ชนิดตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ด้วย” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเกรเซียอีกครั้ง
“แล้วความรักที่เขาต้องการมันเป็นยังไงล่ะ”
“ต้องถามว่ารักแท้ยังไงมากกว่า”
“บางคนก็รักแต่บอกไม่ได้...เหมือนเพลงอยากบอกเธอเหลือเกิน”
“แต่กับบางคนยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก”
“ฉันเคยได้ยินคนบอกว่าความรักฉันคือเธอ”
“แต่หลายคนก็พูดตรง ๆ ว่ารักเธอนะ”
“วันก่อนดูทีวี...มีความรักที่มาจากคนรักเก่า...ให้คนรักใหม่”
“โอ๊ะ...คนนั้นก็ร้องเพลงของที่เธอไม่รักด้วยนะ”
“แล้วเคยได้ฟังเพลงรักครั้งสุดท้ายหรือเปล่า?”
“ที่พี่เบิร์ดตอบกลับมาเหมือนจะคนละประเด็นว่าตกหลุมรักเธอทุกวันน่ะเหรอ?”
“แล้วเราจะมาเถียงกันทำไม”
“ก็นายอยากถามฉันก็ตอบให้”
“ผู้ชายอย่างฉัน...ทุกสิ่งที่ทำลงไปก็คงต้องโทษดาว”
“ต่อให้โทษดาวยังไง...คนที่ถูกรัก...ก็ย่อมได้รับความรักวันยันค่ำ”
“แต่ความรักทำให้คนตาบอดนะ”
“ถึงจะตาบอด...แต่หลายคนที่พูดอย่างนี้ก็มักจะพูดเสมอ ๆ ว่ารักคุณเข้าอีกแล้ว”
“คนพวกนี้เลยชอบจะบอกว่ารักอยู่เรื่อย ๆ”
“อาจเพราะพวกเขาต้องการรักษาสิทธิ์ก็ได้”
“เดี๋ยวนะ....อันนั้นมันเกี่ยวกับรักแท้ (เนว่าดาย) ตรงไหน”
“ก็ตรงที่มีคำว่ารักล่ะมั้ง....แม้จะรักษาก็ตาม แต่ถ้าไม่รัก...ก็ไม่รักษาใช่ไหมล่ะ”
“เอาเถอะ...เพราะคือฉันรักเธอ...เลยต้องรักษาไว้ใช่ไหมล่ะ”
“ใช่...เพราะถ้าไม่รักษาให้ดี ๆ บางทีแฟนตัวเองอาจมีพูดว่าจีบได้แฟนไม่รัก”
“ถ้าไปพูดประโยคนี้ในที่ที่เรารักกันก็สะใจดีเนอะ”
“อือ...หรือบางทีอาจจะไปดราม่าอยู่ในที่นั้น เวิ่นเว้อว่าไม่ผิดใช่ไหมที่รักเธอ”
“นั่นสิ...เพราะบางคน...ยิ่งรักยิ่งเจ็บ”
“หึหึ เจ็บเพราะคนที่ถูกรักกลับพูดว่า...ไม่ต้องบอกแล้วว่าเธอรักฉัน”
“ทำไมนะ...ทำไมคนดี ๆ ทำไมไม่รัก”
“ก็เพราะคนมันรัก...ต่อให้แย่แค่ไหนก็ยังรัก”
“ทำไมต้องทรมานตัวเองขนาดนี้”
“คำตอบอย่างนี้...ถ้าถามเขาอาจตอบว่ารักฉันเรียกว่าเธอ”
“บางทีนะ...ฉันว่ารักไม่ต้องการเวลา”
“เพียงแค่จ้องตากับความเหงาก็จะสมหวังในรักหรือไง”
“แล้ว..มันใช่รักหรือเปล่า”
“ไม่รู้...แต่ถ้าใช่ก็คง...ได้ไหม...ถ้าฉันจะบอกว่ารักเธอ”
“น้ำเน่า...”
“ก็ธีมมันน้ำเน่าจะให้ทำยังไง”
“แล้ว...ความน้ำเน่านี่มันใช่รักหรือเปล่า”
“กับบางคน...รักยังไม่ต้องการก็ได้นะ”
“ในขณะที่บางคนเอาแต่ขอร้องพระเจ้าว่าโปรดส่งใครมารักฉันที”
“แต่หลายคน...กลัวความรักจนต้องขอร้องคนใกล้ตัวว่าอย่าบอกว่ารัก”
“ทั้งที่ความรู้สึกของอีกฝ่าย...ขอเรียกว่ารัก”
“ความรัก...รักก็คือรัก”
“ฉันเคยดูละคร...เขาไถ่รักแท้ด้วยศรัทธา...ฉันว่าอันนี้ก็ถือเป็นรักแท้ (เนว่าดาย) ได้นะ”
“แต่ฉันว่า...คนที่อยู่กับคนที่จะรักหรือจะร้ายก็ใช่นะ”
“หรือว่า...สุดท้ายก็ต้องให้รักเดินทางมาเจอกัน?”
“ไม่ต้องหรอก...เพราะบางคนอยู่ใกล้กันยิ่งหวั่นไหว”
“แล้วตกลงเธอกับเขาและรักของเรา...ตกลงว่าไง”
“นายกำลังพูดถึงอะไรอยู่?”
“ฉันพยายามจะออกทะเลเพราะหมดมุขน่ะ”
“ก่อนดอกรักจะบาน...เราต้องหาคำตอบของธีมนี้ให้ได้”
“รักแท้ (เนว่าดาย) ก็รักเธอนิรันดร์ไง”
“เอาง่าย ๆอย่างนี้เลยเหรอ?”
“ง่าย ๆ อย่างนี้แหล่ะฉันขี้เกียจคิดเยอะ”
“คิดอีกสักหน่อยสิ...ยังไม่ครบ 800 คำเลยนะ”
“อา...ต้องดริฟท์ไปอีกนิดสินะ”
“เคยดูละครเรื่องทาสรักทระนงหรือเปล่า”
“ชื่อเพลงเราเอามาพูดแล้วนะ...เปลี่ยนเป็นอันอื่นเถอะ”
“......รักไม่ได้เกลียดไม่ลง”
“ออกแนวยิ่งรักยิ่งเจ็บเลยนะ”
“ฉันว่ามันเหมือน...เหมือนตายทั้งที่ใกล้กันมากกว่า"
“นี่...ทำไมมันวนเวียนเกี่ยวกับความตายแล้วล่ะ”
“เพราะใกล้จะตัดจบแล้วไง”
“อือ...แล้วสรุปรักแท้ (เนว่าดาย) มันคืออะไรล่ะ”
“เอาเป็นว่า...รักแท้...ความหมายมีมากมายนัก ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ความรู้สึก ความหนักแน่น และสิ่งที่คนคนนั้นพบเจอก็แล้วกัน”
ตัดจบ
(เผื่อจะไม่เก็ท...เอาชื่อเพลงมาต่อเป็นบทสนทนาค่ะ ตัวเอียงคือชื่อเพลงที่ถูกเลือกมานะคะ)
ธีมประคำดีควาย
มือเรียวสีหิมะจับปลายเส้นผมสีดำสนิท เรือนผมที่ยาวเลยบั้นเอว...สิ่งเดียวที่เป็นดั่งของดูต่างหน้าของพี่ชายร่วมสายเลือด...คนใจร้ายที่ถือเอาอารมณ์และความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ทิ้งเขาผู้เป็นน้องชายไว้ที่วาเรียเพียงคนเดียว ส่วนตัวเองก็หนีกลับบ้านเก่าไปโดยไม่ถามความต้องการของตัวเขาเลยสักนิด
คำสัญญาที่มอบให้ว่าจะอยู่ที่แห่งนี้...ทำหน้าที่ของวาเรียในส่วนของพี่ชายให้ดีที่สุด แต่...เด็กอายุ 17 ที่ติดพี่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...การที่จู่ ๆ คนที่ไม่ต่างจากหลักยึดของชีวิตมาขาดหายไป...หัวใจที่แม้จะพยายามเตือนให้เข้มแข็งแค่ไหนก็วูบไหวจนสายน้ำตาหลั่งริน
สิ่งเดียวที่ถูกใช้แทนตัวของพี่ชาย ทดแทนรอยยิ้มและเสียงแหบทุ้มที่คอยปลอบโยน เปรีบให้เป็นเหมือนความอบอุ่นของอ้อมกอดอุ่นที่โอบรัดคือเส้นผมยาวเหล่านี้...ที่เกรเซียขอร้องบังคับเอามาจากพี่ชาย
เส้นเชือกเล็กที่ถักร้อยเพื่อต่อช่อผมของพี่ชายเข้ากับเส้นผมของตัวเอง...รู้สึกราวหัวใจอุ่นซ่าน ไม่ต่างกับกำลังมีพี่ชายอยู่เคียงข้าง
เส้นผมแทนตัวตนของพี่ชาย...เขาจะต้องเก็บรักษา เฝ้าทะนุถนอมให้อยู่กับเขาให้นานที่สุด...
ดวงตาสีถ่านตวัดมองสิ่งที่เป็นดั่งความหวังในการรักษาเรือนผมที่ตนหวงแหน สิ่งที่กำลังตั้งเด่นเป็นสง่าอวดสายตาทุกผู้ที่พบเห็น ราวกำลังอวดศักดาของตนเอง
แชมพูสมุนไพรประคำดีควาย
สกัดจากสารสกัดธรรมชาติแท้ 100%
สรรพคุณ: บำรุงรากผมให้แข็งแรง ป้องกันผมขาดหลุดร่วงเพื่อเส้นผมที่ดกดำเงางาม
ธีมเซาะกราว
เป็นอีกครั้งที่ห้องพักของยูคิอนนะและเกรเซียเงียบเสียงลงอีกครั้ง เพียงเพราะกระดาษเขียนธีมภารกิจ EPW ที่ทำให้ทั้งสองต้องงุนงงอย่างมากถึงมากที่สุด
และอีกครั้ง...ที่เสียงเดิมของผู้ครองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเป็นเสียงแรก
“เซาะกราว...มันคืออะไรเหรอ”
“....” ความเงียบที่กลับมาเป็นคำตอบอีกเช่นเคย...ก็ทำให้ยูคิอนนะตัดสินใจขบคิดปัญหาเองเพราะตนเองมั่นใจเหลือเกินว่าเพื่อนร่วมห้องของตนก็ไม่รู้เช่นกัน
“มันหมายถึง...น้ำเซาะทรายหรือเปล่า”
“....”
“หรือหมายถึง...เซาะน้ำแข็ง” การเดาสุ่มของรูมเมททำให้ความคิดของเกรเซียล่องลอยไปยังคำตอบของธีมปริศนา
เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่นัก และเหมือนชะตาจะเล่นตลกกับเขาทั้งคู่ทำให้พวกตนต้องมาอยู่ร่วมห้องเดียวกัน สิ่งแรกที่เป็นกังวลของทั้งสองก็คือเกรงใจคนข้างห้อง...หากเสียงทะเลาะของพวกตนจะดังลอดออกไปจนรบกวนคนอื่น
ทางออกเดียวที่เกรเซียนึกออกคือ “ทะเลาะกันผ่านวอทแอป” ที่ตนมองว่าเป็นทางเดินที่ดีที่สุดสำหรับการทะเลาะกันอย่างสงบของพวกเขา
แต่...
‘เอางี้แล้วกัน...นายทะเลาะฉันผ่านวอทแอปส่วนฉันจะส่งภาษามือทะเลาะตอบนาย’ คำพูดหลังจากที่เกรเซียยื่นไอโฟนเครื่องสำรองให้เพื่อให้รูมเมททะเลาะผ่านวอทแอป แล้วไหนจะไม่รู้จักไอแพดอีก...
“แล้วตกลงเซาะกราวนี้มันคืออะไรอ่ะ” ทำให้เกรเซียตัดสินใจตอบคำถามของยูคิอนนะว่า
“...ก็นายไง”
ธีมไส้เดือน (เกรเซีย)
ร่างโปร่งเดินกลับเข้าห้องพักของวาเรียด้วยหัวใจเลื่อนลอย เพียงเพราะความคิดเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับของหวานรสเลิศที่ตนเพิ่งได้ลิ้มลองมาจากคุณจูดิธ
มาคารองสีม่วงหวานที่ภายในมีไส้เดือนตัวเขื่องสอดไส้อยู่ภายใน เกรเซียยังจำได้ดีถึงสิ่งมีชีวิตอ่อนนุ่มที่กำลังดิ้นรนอยู่ในปาก ยามไรฟันขบกัดเข้าไป...ของเหลวเข้มข้นก็หลั่งไหลคลุกเคล้าเข้ากับรสชาติหวานหอมของมาคารองที่เข้ากันได้อย่างน่าประหลาด
ดวงตาสีนิลมองเข้าไปภายในห้องพัก ร่างที่โปร่งบางเช่นกันของยูกิอนนะกำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนผืนเตียงนุ่ม สรรพคุณของไส้เดือนตามตำรับแพทย์แผนโบราณที่กล่าวไว้ว่ามีส่วนช่วยในการสร้างความกระปรี้กระเปร่าในแก่ผู้บริโภคลอยชัดขึ้นมาในมโนความคิด
เพราะฉะนั้น...ถ้าเขาอยากจะให้รูมเมทของเขาสดชื่นคึกคักบ้างคงไม่ใช่เรื่องผิดสินะ
แม้เกรเซียจะรู้ดีว่ารูมเมทของตนนั้นไม่ถูกโรคกับสัตว์เลื้อยคลานแต่...ไส้เดือนถูกจัดอยู่คนละไฟลัมกับสัตว์เลื้อยคลาน
...คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง
มือขาวหยิบกล่องสีเหลืองอ่อนที่ได้รับมาจากคุณจูดิธ ก่อนจะเอ่ยขึ้น...
“นี่...นายอยากกินมาคารองไหม?”
ธีมไส้เดือน (ยูคิ)
ร่างโปร่งผู้เป็นเจ้าของเรือนผมยาวสีน้ำตาลอยากจะกรีดร้องใส่ผู้ร่วมห้องเป็นภาษาต่างชาติสิบภาษาไม่ซ้ำกันหลังจากตนได้หยิบมาคารองสีชมพูหวานออกมาจากกล่องที่เกรเซียเพิ่งมอบให้
ทำไมเขาถึงไม่แปลกใจสักนิดนะว่าทำไมคนที่หาเรื่องทะเลาะ (?) กับเขามาตลอดถึงจะเกิดใจดีมอบของกินแสนอร่อยมาให้โดยไม่คิดอะไร เพราะความหิวแท้ ๆ ที่ทำให้เขาตอบรับคำชวนอย่างยินดี ไหนจะกลิ่นหอมยวนใจที่ลอยโชยออกมาจากกล่องกระดาษสีเหลืองอ่อนนั่นอีก ไม่นับสีสันของมาคารองชิ้นน้อยที่เรียงรายยั่วน้ำลายให้สอทันทีที่พบเห็น
มือขาวรีบหยิบขนมชิ้นสีม่วงอ่อนขึ้นมาทันที เหลือบตามองผู้มอบให้ด้วยสายตาแวบหนึ่ง ความนิ่งเฉยของใบหน้ารูมเมททำให้ยูกิอนนะเตือนตัวเองให้ค่อย ๆ อ้าปากอย่างสง่างาม อย่าได้แสดงกิริยาว่าอยากกินมากเกินไปจนเป็นประเด็นให้เกรเซียมาทวงบุญคุณได้ (?)
ในเสี้ยววินาทีที่ขนมแสนอร่อยกำลังจะเข้าปาก...ปลายหางตาสีฟ้าก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ขยับยุกยิก เล็ดลอดออกมาจากส่วนกลางของชิ้นขนมที่บรรจุแยมรสเลิศ ยังไม่ทันหยิบออกมาให้หายสงสัย...สิ่งที่เป็นปริศนาก็เผยโฉมออกมาราวกับจะรู้ตัวว่ามีคนสงสัยในตัวเอง
ไส้เดือนตัวเขื่องสีแดงคล้ำความยาวกว่าหนึ่งคืบค่อย ๆ ดันตัวเองออกมาจากไส้รสบลูเบอร์รี่ เลาะเลื้อยลงมาบนมือขาวที่กำลังถือมาคารองสีม่วงอยู่ราวกับจะขอที่พักพิง ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง ได้ยินเสียงจิ๊ปากเบา ๆ ของรูมเมทผู้ชักศึก (?) เข้าห้องอย่างขัดใจ
“นายแกล้งฉันเหรอเกรซ์!!!?” เสียงโวยวายของรูมเมททำให้คิ้วสีเข้มของผู้ถือสัญชาติญี่ปุ่นขมวดมุ่น
“ฉันหวังดีกับนายต่างหาก”
“ไส้เดือนกับความหวังดีเนี่ยนะ!?” มือบางปาสิ่งที่ถืออยู่ในหน้ารูมเมทที่ยังทำหน้านิ่งหากปากกลับพูดราวกับตนเป็นผู้มีพระคุณ
“ไส้เดือนมีสรรพคุณช่วยในเรื่องกระปรี้กระเปร่านะ ดูสิ...ขนาดนายยังไม่ได้กินนายยังกระฉับกระเฉงขนาดนี้เลย” พูดพลางหยิบมาคารองออกมาอีกชิ้น ดวงตาสีดำดุจท้องฟ้ารัตติกาลตวัดมองลูกแก้วสีฟ้าที่จ้องสบมาอย่างหวาดระแวง ก่อนที่ค่ำคืนนั้น...ปราสาทวาเรียจะได้ยินเสียงโหยหวนของยูกิอนนะดังก้องปราสาทจนคนข้างห้องต้องเปิดทีวีเพื่อกลบเสียงนั้น
ธีมปฎิทิน (ยูคิ)
ภายใต้ปราสาทวาเรียอันแสนสงบสุข (?) การจัดสวนของเหล่าลูกกระจ๊อกเด็กใหม่ของปราสาทหยุดชะงักลงเมื่อดวงตาสีฟ้าได้เห็นบางสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ใต้พงหญ้า มือขาวเอื้อมหยิบสิ่งนั้น...ซึ่งความพยายามนั้นก็อยู่ในสายตาของรูมเมทที่เดินเข้ามาดูอย่างสนใจ (จะเข้ามาวีนว่าทำไมถึงอู้งาน)
“นายทำอะไร” เกรเซียเอ่ยถามยูกิอนนะที่คว้าสิ่งที่สนใจมาอยู่ในมือได้ในที่สุด
“อะไรก็ไม่รู้...ดูสิ” สิ่งนั้นถูกยื่นมาอยู่ในคลองจักษุต่างสี ก่อนที่ดวงตาทั้งสองคู่จะเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้านั้นคือ…
ปฏิทินแม่โขง!!
ความเงียบเกิดขึ้นเพียงครู่ก่อนที่เสียงของชายผมสีน้ำตาลจะดังขึ้น
“มัน...แปลก ๆ นะ”
“...คงเพราะเป็น Limited edition” ที่ชายทั้งสองพูดขึ้นเช่นนี้เพราะภาพของคนที่ปรากฏอยู่ในปฏิทินปลุกใจเสือป่านั้นเป็นร่างของชายผิวขาวละเอียด รูปร่างสูงโปร่ง เรือนผมสีเงินสะดุดตา ดวงตาสีอ่อนที่มองมายังกล้องอยู่ยั่วยวน
รูปภาพที่ทำให้ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ดวงตาสองคู่สื่อความหมายอะไรไม่ทราบ...แต่รู้เพียงอย่างเดียวว่าใบหน้าเรียวของทั้งเกรเซียและยูกิอนนะต่างพยักลงพร้อมกัน ก่อนที่ปฏิทินแม่โขงนั้นจะถูกผ้าสะอาดเช็ดลายนิ้วมือของตนทั้งคู่ออกจนหมดแล้วถูกวางลงยังตำแหน่งเดิมตรงพุ่มไม้ที่มันเคยอยู่ชนิดที่ไม่ผิดไปแม้สักเสี้ยวองศาเดียว
ร่างบางของวาเรียระดับล่างต่างจับมือกันวิ่งหนีตายออกจากจุดเกิดเหตุ (?) พลางภาวนาวิงวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าอย่าได้มีใครหรืออะไรเห็นเหตุการณ์ที่เขาทั้งสองพบปฏิทินอันนั้นเลยเพราะเขาทั้งสองยังไม่อยากชะตาขาดกลายเป็นผีเฝ้าปราสาทวาเรีย!
ธีมปฎิทิน (เกรเซีย)
ดวงตาสีดำสนิทมองปฏิทินที่ติดอยู่ตรงผนัง ตัวเลขบอกวันที่และเดือนที่กำลังใกล้เข้ามา...วันสำคัญระดับโลกที่น้อยคนนักจะไม่มีใครรู้จัก
...วาเลนไทน์
ความทรงจำเกี่ยวกับวันแห่งความรักย้อนกลับเข้ามาในมโนสำนึก ภาพรอยยิ้มของคนที่เขารักที่สุดยามได้รับมอบตุ๊กตาหรือสิ่งของน่ารักจากเขา และ...ชอคโกแลตวาเลนไทน์ที่เขาได้รับกลับคืนมาเช่นกัน
รสชาติหวานหอมของชอคโกแลตที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยฝีมือของคนที่เขารัก ความนุ่มของเค้กชอคโกแลตรสเลิศ หากความอร่อยใด ๆ นั้นไม่เทียบเท่ากับการที่เขาได้อยู่ร่วมฉลองวันแห่งความรักกับคนคนนั้น
แล้วปีนี้ล่ะ...?
ดวงตาสีถ่านย้อนกลับไปมองตัวเลข 14 เดือน 2 ของปฏิทินอีกรอบ...
ตารางนัดหมายทั้งหมดผุดขึ้นมาในหัว ภารกิจต่าง ๆ ที่เขาจะเคลียร์ออกไปให้หมดสิ้นเพื่อให้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เขาว่างเพื่อที่จะได้ฉลองกับคนที่เขารักอีกปีหนึ่ง
มือบางหยิบปากกาสีแดงเลือดขึ้นมา...ตวัดวงรอบตัวเลข 14 ของเดือนกุมภาพันธ์ด้วยน้ำหนักที่มั่นคง พลางเปิดโทรศัพท์ประจำตัวเพื่อค้นหาบรรดาของน่ารักที่เกรเซียคิดว่าจะนำมาเป็นของขวัญมอบให้คนที่อยู่ในใจเขา
มุมปากสีสดขยับรอยยิ้มอ่อนโยนที่นาน ๆ ครั้งจะผุดออกมา ใบหน้าเรียวมีความสุขสมยามวาดหวังถึงวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง
...วันที่เขามั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งวันที่คำว่า ‘ความสุข’ จะมากล้นจนหัวใจของเขาพองโต
...แน่นอน
ธีมซากอ้อย

ธีมตกม้า
รูมเมทสองคนนั่งม้าหมุนแล้วเกรเซียตกม้า (หมุน) ค่ะ

ธีมเซาะกราว (ยูคิ)
เกรซ์บอกว่าเซาะกราวหมายถึงเรา...

เปิดดูเดี่ยว 9
“เซาะกราว = บ้านนอก”

“นายว่าฉันเหรอเกรซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์ซ์!!!!!!!!!!!!!”
