[One Shot] "ผมรักคุณ"

posted on 21 Nov 2011 01:30 by puccap44 in MyRhythm
‘เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ’
 

‘แล้วทำไม...นายถึงพูดสุภาพกับฉันล่ะ คุณ...ผม...ทำไมต้องพูดอย่างนี้’

 

‘ฉันอยากให้นายเลิกพูดสุภาพกับฉัน...ได้ไหม’

 

คำขอร้องที่ผมไม่ได้ตอบ...และผมก็ไม่ได้ทำตาม

 

คุณอยากรู้เหตุผลไหม...ว่าทำไมผมถึงพูดสุภาพกับคุณ

 

เพราะ...ถ้าผมเปลี่ยน เรา...ก็เหมือนกับยิ่งสนิทกันมากขึ้น

 

มากขึ้นเสียจน...อาจไม่มีสิ่งใด ๆ มาขวางกั้นระหว่างเรา

 

ขวางกั้น...ความรู้สึกของผม...ที่มีให้กับคุณ

 

ผม...อยากเว้นระยะระหว่างเราเอาไว้

 

เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ...ว่าเรา...ห่างกัน

 

คุณ...อยู่ห่างจากผม

 

จนผม...ไม่สมควรที่จะเอื้อมไปหา

 

...

 

...

 

...

 

“ตรงนี้มีใครนั่งหรือเปล่า” เสียงทุ้มปนหอบเหนื่อยดังขึ้นเรียกสติของคนที่กำลังตั้งใจกับบทเรียนตรงหน้า ใบหน้าขาวเงยขึ้น...สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของต้นเสียงที่ยืนรอฟังคำตอบ ใบหน้าคร้ามแดด คิ้วเข้ม รูปร่างสูงโปร่งเช่นนักกีฬาสะกดหัวใจคนที่นั่งอยู่ได้ดีเหลือเกิน

 

“มีคนนั่งหรือเปล่า” เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าไม่มีวี่แววว่าจะเอ่ยตอบ ใบหน้าเล็ก...ที่เขามองว่าเหมาะที่จะเป็นใบหน้าของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เส้นผมสีดำสนิทที่มองปราดเดียวก็รู้ว่านุ่มละมุนถูกมัดรวบไว้หลวม ๆ ปลายเส้นผมคลอเคลียช่วงเอวที่สอบบาง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แฝงความหวานซึ้ง หาก...ดึงดูดเหลือเกิน

 

“เอ่อ...ไม่มีครับ” พูดพลางเผยมือแทนคำเชิญให้นั่งได้ตามสบาย ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองคนแปลกหน้าที่เหมือนจะรู้ตัว...ดวงตาสีดำสนิทก็ตวัดมาสบพอดี

 

“หือ?” เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผู้ที่มาก่อนรีบเสสายตาหลบทันที ก่อนที่ชั่วโมงเรียนคาบนั้น...เจ้าของเรือนผมยาวแทบไม่ได้สนใจฟังเนื้อหาเลยสักนิด

 

เพียงเพราะ...เอาแต่ลอบสังเกตชายที่นั่งอยู่เคียงข้าง

 

คน...ที่เหมือนกับสร้างความรู้สึกแปลก ๆ ให้กับหัวใจ

 

ความรู้สึก...ที่เขาไม่เข้าใจ

 

“นายเรียนคณะอะไรน่ะ” คำพูดที่ดังขึ้นในระหว่างช่วงพักทำให้ผู้ต้องตอบสะดุ้ง...ซึ่งเป็นท่าทางที่ผู้มองอดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“ฉันทำให้นายตกใจเหรอ ขอโทษนะ” คำตอบที่มีเพียงศีรษะที่ส่ายไหวไปมา...ที่คนมอง...ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร

 

“เราเรียนคนละเมเจอร์ แต่เราเรียนด้วยกันหลายวิชานี่น่า งั้น...ฝากนายจองที่ให้ฉันได้ไหม ที่ตรงนี้มันดีมากเลย” คำขอร้องที่ได้เพียงการผงกหัวเป็นคำตอบ

 

เรื่องราว...มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตรงนั้น

 

ชายสองคน...ที่ไม่น่าจะโคจรมาพบกันได้ กลับ...เดินเคียงข้างกันเสมอ

 

ร่างสูงสมชายชาตรี ผู้ครองตำแหน่งที่หนึ่งของชมรมกรีฑา เคียงคู่กับร่างผอมบาง ที่วัน ๆ มีแต่หนังสือวรรณกรรมเป็นเพื่อนเท่านั้น

 

ร่างบางที่มักจะมานั่งมองเพื่อนสนิทยามเคลื่อนกายอยู่ในลู่วิ่ง ดวงตาสีอ่อนที่มักเฝ้ามองร่างที่เขาคุ้นเคยวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อสถิติที่ดีที่สุด

 

วันหนึ่ง ๆ ผ่านพ้นไป...

 

ตอนเช้า...นั่งเรียนใกล้กัน ทานอาหารกลางวัน...ที่มีแต่เสียงหัวเราะหยอกล้อ นั่งรอชมรมกรีฑาเลิกเพื่อที่จะเดินกลับที่พักด้วยกัน

 

ทุกวัน...ผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ และ...ความสุขที่ทำให้หัวใจที่เคยนิ่งเฉย...อบอุ่น

 

หาก...

 

“นาย...เห็นผู้หญิงคนนั้นไหม” ดวงตาสีน้ำตาลจางมองไปตามทิศทางที่นิ้วของเพื่อนรักชี้ไป

 

“คนนั้น...เขานั่งเรียนตรงนั้นตลอด ฉัน...เลยอยากมานั่งที่นี่ไง ขอบใจนายมากนะ”

 

คำพูดที่ไม่ต่างกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางหัว คำพูดเมื่อครั้งวันวานย้อนกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มบนสีหน้าที่ทำให้เขายอมตื่นเช้าเพื่อจะได้จองที่นั่งเดิมทุกวัน

 

เพื่อ...ให้คุณได้มองเห็นคนที่คุณชอบงั้นเหรอ

 

“คุณ...ชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอครับ”

 

คำตอบ...ที่ได้รับฟังชัดเจนอีกครั้งเมื่อเพื่อนที่เขาสนิทที่สุดพา ‘ผู้หญิงคนนั้น’ มาหา

 

“เรา...เป็นแฟนกันแล้วน่ะ”

 

คำพูด...สีหน้า...ท่าทาง...เสียงหัวเราะ

 

...ทุกอย่าง...ที่ฟ้องชัดว่าเพื่อนของเขามีความรักให้แก่ผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างและมีความสุขมากมายเพียงใด

 

เขาจำไม่ได้...ว่าตอบรับคำแนะนำนั้นไปว่าอะไร

 

ที่...จำได้...มีเพียงน้ำตามากมายที่หยดไหลออกมาจนหมอนที่รองรับเปียกแฉะ

 

น้ำตา...ไหลออกมาเพราะความเศร้าที่อยู่ในหัวใจ

 

เศร้า...เพราะตอนนี้มันไม่ต่างกับหัวใจได้ถูกฉีกกระชากออกไปจากอก

 

หัวใจ...ที่เพิ่งได้รู้...ว่ารัก

 

รัก...มาตั้งแต่แรกเห็น

 

แต่เพิ่งมารู้...ก็ในวันที่เขามีคนรัก

 

โง่จริง...

 

ความรู้สึกช้าเหลือเกิน...

 

ทำไม...ผมถึงไม่ยอมรู้นะ...ว่าความสุขจนเหมือนกับหัวใจอุ่นซ่านทุกครั้งที่ได้เจอคุณน่ะ...มันคือความรัก

 

ทำไม...ต้องมารู้...เอาเมื่อสาย

 

เสียงร้องไห้ดังขึ้นทุกค่ำคืน

 

กับคำปลอบใจที่เพียรบอกตัวเองทุกครั้ง

 

‘เดี๋ยวมันก็ผ่านไป’

 

ภาพที่ได้เห็น สิ่งที่เจ็บปวด หัวใจที่เศร้าหมอง และ...น้ำตา

 

...เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

เฝ้าบอกตัวเองเช่นนี้...ทุกวัน...ทุกวัน...

 

เพียงเพราะนับแต่มีคนรัก...เพื่อนรัก...ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

 

ที่นั่งข้างตัว...ที่ยังคงตื่นเช้ามาจองให้ทุกวัน...ว่างเปล่า

 

มื้อเที่ยง...ที่เคยมีคนนั่งอยู่ตรงข้าม...ว่างเปล่า

 

ข้างตัว...ที่มีร่างสูงเคยเดินเคียงข้าง...ว่างเปล่า

 

หาก...ที่นั่งเดิมที่เขาเคยใช้เฝ้ารอ...ผู้หญิงคนนั้นกลับยึดครองไป

 

เหมือนกับ...ยึดครองทุก ๆ ตำแหน่งที่เคยเป็นของเขา

 

“นี่~ เราเป็นเพื่อนกันมาจะสามปีแล้วนะ ทำไมนายยังพูดสุภาพกับฉันเหมือนเดิมเลยล่ะ” คำตอบที่ให้ได้มีเพียงรอยยิ้ม

 

เวลา...ผ่านไปเรื่อย ๆ

 

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยใกล้สิ้นสุดลง

 

หาก...ความรู้สึกที่มีในใจ...ไม่เคยหยุด

 

มันมีแต่...เท่าเดิม...และเพิ่มขึ้น

 

สี่ปี...ที่ต้องมองคนที่รัก...อยู่เคียงข้างใครคนนั้น

 

เฝ้ามอง...เสียงหัวเราะ คำพูดคุยที่ทั้งสองมีให้กัน

 

มอง...ความสุขที่ฉายล้นจากดวงตาสีดำที่เขาหลงใหล

 

สี่ปี...ที่คอยย้ำเตือนตัวเองว่าคนที่รัก...มองเราเป็นแค่เพื่อน

 

ตอกย้ำตัวเอง...ว่าความรักที่เราต้องการ...เขาได้มอบให้แก่ใคร

 

เตือน...ว่าอย่าได้คิดเอื้อมข้ามกำแพงความเป็นเพื่อนที่ตนเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

สิ่งที่ทำได้...มีแค่...

 

ทำใจ...เฝ้ามอง...และยอมรับมันเท่านั้น

 

แม้...จะมีน้ำตาทุกครั้ง...ก็ต้องทำ

 

น้ำตา...ที่เขาคนนั้นไม่รู้...ไม่เคยรับรู้

 

...

 

...

 

...

 

สวนสีเขียวขจีถูกปรับให้อ่อนลงเพราะแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่กำลังล่ำลาขอบฟ้า สองร่างของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาสี่ปีเดินอยู่เคียงข้างกันเฉกเคย ในมือถือใบประกาศนียบัตรที่บ่งบอกว่าทั้งคู่ได้สำเร็จการศึกษา

 

วันสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย...ที่ร่างสูงเอ่ยชักชวนเพื่อนตัวบางของเขาให้ไปเดินย้อนรำลึกคืนวันเก่า ๆ ที่ได้อยู่ร่วมกัน จนมาสิ้นสุดที่สวนร่มรื่นที่พวกเขามักจะใช้ที่แห่งนี้ในการเอนกายพักผ่อนระหว่างคาบเรียน

 

ร่างสูง...ขยับกายลงนั่งพิงต้นไม้ต้นเดิม อีกมือ...ตบลงตรงที่ว่างข้างตัวแทนคำพูดให้เพื่อนรักของตนทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง

 

หาก...

 

“ผม...อยากยืนมากกว่าครับ”

 

“นายนี่น้า~ จนวันสุดท้ายก็ยังพูดสุภาพกับฉันเหมือนเดิม” คำตัดพ้อที่ได้รับเพียงรอยยิ้มอ่อนตอบกลับมาเท่านั้น

 

“เรียนจบแล้วนายจะทำงานอะไร ฉัน...คงทำงานสักสามสี่ปี แล้วก็...แหะ ๆ จะแต่งงานเลย นายว่าเร็วไปไหม” ประโยควางแผนอนาคตดังต่อเนื่องจากคนที่นั่งพิงต้นไม้ใหญ่

 

อนาคตอันสดใส

 

อนาคต...ที่ไม่มีแม้ชื่อของเขาหลุดออกมา

 

อนาคต...ที่ไม่ยินยอมให้เขามีตัวตน...ไม่ยอมให้เขาเดินร่วมทางไปด้วย

 

น้ำตา...ที่คิดจะปลดปล่อยออกมายามค่ำคืนเช่นทุกวันหยดไหลลงมาอย่างมิอาจห้าม หากเพราะยืนหันหลังให้กับแสงสีส้มทอง...จึงทำให้ผู้เป็นต้นเหตุของน้ำตา...มองไม่เห็น

 

ทั้งที่ผม...ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้า

 

ถ้า...คุณมองสักนิด...คุณก็จะรู้...ว่าผมรู้สึกยังไง

 

ถ้าคุณสนใจ...จริง ๆ...เหมือนคำพูดที่คุณพร่ำบอกให้ผมฟัง...คุณก็จะได้เห็นรอยน้ำตาที่ตกค้างอยู่ในดวงตาของผม

 

แต่คุณ...ไม่เคยรับรู้...ไม่เคยสนใจ

 

สองตาของคุณ...มีแต่คนคนนั้น

 

คำพูด...พร่ำพลอดคำหวานฉ่ำให้แก่คนคนนั้น

 

หากบางครั้ง...คำพูดแสดงถึงความห่วงใย...ใส่ใจ...กลับมีมาให้ผม

 

แต่การกระทำ...ไม่เคยใช่

 

‘คำพูดสวยหรู...มีไว้เพื่อฟังให้รื่นหูเท่านั้น...อย่าได้นำมาใส่ใจ...หรือ...คาดหวังใด ๆ เพราะนั่น...หามีความจริงใจอยู่ในนั้นสักเสี้ยวหนึ่ง ในเมื่อการกระทำ...ช่างขัดแย้งกับลมปากที่พ่นออกมา’

 

คำสอนในบทกวีที่เคยอ่านผ่านตา...ตอนนี้...เขาพอจะเข้าใจมันบ้างแล้ว

 

“คุณ...ถามว่าทำไมผมถึงพูดสุภาพกับคุณใช่ไหมครับ” ประโยคเพ้อฝันถึงอนาคตสะดุดลงเพราะคำถามของร่างที่ยืนนิ่ง จากมุมนี้...ใบหน้าสวยหวานที่เขาคิดมาตลอดว่าน่าจะเป็นใบหน้าของหญิงสาวนั้นมืดมน...มองไม่ชัด อาจเพราะ...ร่างบางยืนหันหลังให้กับแสงสว่างก็เป็นได้ เส้นผมสีดำสลวยที่เขาชอบจับเล่นปลิวสยายไปกับสายลมอ่อน

 

ภาพตรงหน้า...ช่างสวยงามจนเขาตะลึง

 

หาก...ทำไม...มันช่างดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน

 

“ผมไม่อยากสนิทกับคุณ”

 

“หา!?”

 

“ผม...อยากเว้นระยะห่างระหว่างเราสองคนเอาไว้”

 

“ทำไม...นายพูดอะไร...ฉันงงไปหมดแล้วนะ”

 

“ผม...ตลอดเวลา...ไม่เคยอยากเป็นเพื่อนกับคุณเลยสักนิด” คำพูดที่บอกเจตนาชัดเจนทำให้ผู้ฟังเพียงหนึ่งเดียวเริ่มหงุดหงิด ในขณะที่จะหยัดตัวขึ้นเพื่อคุยกับคนตรงหน้าให้รู้เรื่อง พลัน...ใบหน้าที่มองไม่ชัดก็ค่อย ๆ ก้มลงมา

 

ขยับเข้าหา...ชิดใกล้

 

ในวินาทีที่มีแต่ความงุนงงนั้น...ริมฝีปากก็ได้สัมผัสเข้ากับความหยุ่นนุ่มที่เขารับรู้ได้ทันทีว่าคือกลีบปากสีระเรื่อ

 

 

จุมพิต...ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวนาที

 

หาก...แผ่วเบา

 

รับรู้ถึงรสชาติเค็มปร่า...เพราะสายน้ำตาที่ร่วงหล่น

 

และ...ตราตรึง

 

“ผมรักคุณ”

 
 

“รัก...มาตลอด...ตั้งแต่แรกเห็น”

 

“แต่ผมเพิ่งรู้...ว่ารัก...ก็ตอนที่คุณมีผู้หญิงคนนั้น”

 

“ผม...โง่มากใช่ไหมครับ ความรู้สึกช้ามากเลยใช่ไหม” เสียงหัวเราะเบา ๆ ราวกำลังสมเพชให้กับตนเองดังขึ้นพร้อมกับการผละจากไปของริมฝีปากนุ่ม

 

“ลาก่อนครับ ผมขอให้คุณโชคดี ลาก่อน...คนที่ผมรัก...และไม่เคยรักผมเลย” คำจากลาที่มาพร้อมรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความเศร้าที่ครั้งนี้เจ้าของดวงตาสีดำได้รับรู้...

 

แม้จะรู้ว่าตนกำลังจะเสียคนที่อยู่เคียงข้างมาตลอดสี่ปี...แต่เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้

 

แม้จะเอ่ยคำพูดเพื่อฉุดรั้ง...เขาก็ทำไม่ได้

 

อาจเพราะ...ความรู้สึกที่เพื่อนสนิทเพิ่งเปิดเปลือยให้ได้ฟัง

 

ความรู้สึกผิดมากมายพุ่งก่อ...จนกลายเป็นความละอาย

 

ละอาย...เพราะทั้งที่อยู่ใกล้ที่สุด...แต่ทำไมถึงไม่เคยรู้

 

ทั้งที่เหมือนจะเคยเห็นความรู้สึกเหล่านั้นทออยู่ในดวงตาคู่สวย...แต่ทำไมเขาไม่เคยสนใจ

 

มารู้...ก็ในวันสุดท้าย...วันที่ต้องจากลา

 

รู้...ว่าเขาเป็นคนทำร้ายคนที่ดีกับตัวเองที่สุด...ด้วยมือของเขาเอง

 

ทำร้าย...มาตลอด

 

‘ผมรักคุณ’

 

คำบอกรักที่ช่างแสนเศร้า...สะท้อนได้ถึงความเจ็บช้ำ อัดอั้น

 

และหวาดเกรง...

 

คำรัก...ที่ไม่หวังว่าผลลัพธ์จะสมดังใจ หาก...ขอเพียงให้ได้พูดออกไป

 

คงจะเหมือนเช่นบทกวีที่เจ้าของคำบอกรักเคยพูดให้เขาฟังบ่อย ๆ กระมัง

 

‘จงบอกรัก...และรักคนที่เจ้ารักให้เต็มที่ เมื่อถึงวันสุดท้าย...ไม่ว่าของใครก็ตาม เจ้า...จะไม่เสียใจ’

 

...

 

...

 

...

 

..EnD..

 

 

จบกันสั้น  ๆ ห้วน ๆ กันอย่างนี้แหล่ะค่ะ T___T

 

วันนี้...โอ่งดินเป็นอะไรก็ไม่รู้ เหมือนมันเหงา...มันเศร้า...มันเคว้ง...บอกไม่ถูก

 

เซจจี้บอกว่า “เพ้อ” แต่โอ่งว่า “อารมณ์สุนทรี” นะ //ดริฟท์

 

One shot นี่เกิดขึ้นเพราะจู่ ๆ ก็อยากได้ยินคำว่า

 

“ผมรักคุณ”

 

...ขึ้นมาค่ะ

 

คำบอกรักของเคะที่เงียบ ๆ นิ่ง ๆ ที่มีให้กับเมะที่ไม่รู้บ้าอะไรเลย ท่ามกลางแสงสีทองของยามเย็น ใต้ต้นไม้...และจูบที่เกิดเพราะเคะก้มลงไปมอบให้

 

กับคำรัก...ที่มาพร้อมหยดน้ำตา

 

“ผมรักคุณ”

 

อยาก...ได้ยินคำนี้จริง ๆ นะ มันฟังดู...อบอุ่นหัวใจยังไม่รู้ /ถอนหายใจ/

 

อารมณ์สุนทรี (เพ้อ)...ทำให้มีเรื่องนี้ขึ้น และ...น้ำตา...ที่ไหลให้กับเรื่องนี้

 

น้ำตาแห่งความเศร้า...ที่ทั้งที่อยู่ตรงหน้า ทั้งที่มีความรักมอบให้ แต่...คนคนนั้นกลับมองไม่เห็น

 

ไม่สิ...ไม่หันมามองเลยต่างหาก

 

น้ำตา...ที่มีเพราะคำพูดที่คนคนนั้นเอาแต่พูดถึงอีกคน...แต่ไม่ได้พูดถึงตัวเราเลย

 

น้ำตา...ที่มาเพราะคำว่า “ผมรักคุณ” ที่แม้จะได้ยินแล้ว...แต่มันก็ยังเศร้าอยู่ดี 

 

อาจเพราะ...สุดท้าย...ความรักมันก็ไม่สมหวัง...เหมือนดั่งที่หวังเอาไว้

 

"ผมรักคุณ" คำรัก...ที่น่าจะอุ่นหัวใจ ความหมายที่ไพเราะที่สุด ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากได้ฟังคำนี้ 

 

แต่...แม้จะพูดออกไปแล้ว ก็ใช่ว่าคนพูดจะได้รับความสุขกลับมาทุกครั้ง

 

เพราะ...มีรัก...ก็ย่อมต้องมีสมรัก

 

และ...ผิดหวังในรัก...เช่นกัน

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ...แม้เราจะเอ่ยคำว่ารักออกไป แต่ใช่ว่าสิ่งที่ตอบรับกลับมามันจะคือความสมหวัง

 

ความผิดหวัง...ต่างหากที่ได้มา...

 

และน้ำตา...ที่ต้องไหลรินให้กับมัน 

 

ความรักที่ไม่สมหวัง...มองได้อีกอย่างก็คือ “การรอคอยตลอดชีวิต”

 

โอ่งไม่รู้ว่าเคะในเรื่องนี้จะรอคอยความรักจากเมะในเรื่องไปตลอดชีวิตหรือเปล่า...

 

จิ้น...กันเอาเองนะคะ

 

ตอนจบ...ให้เป็นอย่างในใจของเพื่อน ๆ แล้วกันค่ะ

 

จบเอนทรีนี้อย่างเหงา ๆ ด้วยหัวใจ...ที่ยังเหงาอยู่ แต่ไม่มีน้ำตาแล้ว ^^

 

เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้...บ้ามาก ๆ เพราะหิวแน่ ๆ เลยอ่ะ

 

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมงกะพรุน ลอยตุ๊บป่องอยู่บนผิวน้ำ จะโดนน้ำทะเลพัดไปทางไหนก็ช่างมัน ไม่มีความรู้สึก ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีอะไรทั้งนั้น เคว้งไป...เคว้งมา...แย่เนาะ...

 

ปล.ประโยคทิ้งท้ายนั่น...โอ่งดินชอบมันมากนะคะ

 

'จงบอกรักคนที่เรารัก...เพราะหากเกิดอะไรขึ้น...เราจะได้ไม่เสียใจ'

 

แต่ถ้าไม่กล้าบอกรัก...ก็ทำดีกับใครคนนั้นเอาไว้ให้มาก ๆ ค่ะ ทำ...ให้เขารู้ว่าเรารักเขา

 

ให้การกระทำ...ทดแทนคำพูดก็ได้ค่ะ :)

 

แต่ถ้าหากใครคนนั้นความรู้สึกช้าเหมือนฉลามน้อย...เราคงต้องบอกรักบ้างนะคะ ไม่งั้นอาจเจอชะตาชีวิตเหมือนอิป๋า XD

 

แต่...ถ้าคำพูดและการกระทำของเรา...อีกฝ่าย...ไม่สนใจเลย ก็อย่าท้อนะคะ

 

เสียใจ...ได้

 

แต่อย่าเลิกรัก...ถ้าหาก...คุณรักเขาจริง ๆ

 

จงรักต่อไป...รักไปเรื่อย ๆ เพราะนั่นจะคือสิ่งยืนยันความรักที่เรามีให้กับเขา

 

โอ่งเชื่อนะ...ว่าแม้จะไม่สมหวัง แต่สุดท้าย...สายตาของเขา...จะมองเห็นเรา

 

เห็น...ความรักของเราที่มีให้เขา

 

แม้จะไม่รู้ว่านานแค่ไหน...แต่มันคงมีวันนั้นสักวัน

 

..โอ่งดิน

Comment

Comment:

Tweet

TT^TT
ถึงเรื่องนี้จะเป็นวันช็อตแต่อยากจะบอกว่า
มันเศร้ากระชากใจมากๆเลยค่ะ
คุณโอ่งดินสุโค่ยยย!!~TT[]TT~~~

#9 By DUCK+~ (58.8.230.173) on 2011-12-09 17:40

อ่านแล้วซึ้งมากๆ
อบอุ่นอย่างอธิบายไม่ถูก

อา...หน้าหนาวแล้วสินะ...
แต่ทำไมไม่รู้ ลมเย็นพัดมาแต่ไม่หนาวเลยสักนิด>.<

ชอบการใช้ภาษาของท่านโอ่งยอดเยี่ยมมาก
ภาษาง่ายๆไม่หวือหวาแต่ส่งความหมายกินใจ
เราชอบมากๆเลยค่ะ

รู้สึกดียังไงไม่รู้ มีน้ำตา มีรอยยิ้ม
และอุ่นแบบล้นใจ:)

#8 By Nero (110.49.224.108) on 2011-12-03 07:21

อาห์ บอกตรงๆนะท่าน มัน brings back memories!

จำได้ถึงความเจ็บปวดในตอนนั้น น้ำตาทุกหยดที่ขมอยู่ในอก... เขารู้ เขาตระหนักดี แต่เขาตอบรับเราไม่ได้ แม้จะไม่มีคนรักแต่เขาก็ไม่รักเรา เขาได้แต่ปลอบใจและเป็นเพื่อนเราตลอดไปเท่านั้น

ผ่านมาสี่สาห้าปี... สามารถยิ้มได้อย่างจริงใจ เราอาจไม่มีชะตาร่วมกัน แต่สายใยของเพื่อนก็ผูกเราไว้ด้วยกัน ได้แค่รัก ไม่ต้องเป็นคนรักก็สุขใจ แก่แล้วถึงได้เรียนรู้แบบนี้จริงๆ ^ ^ ขอบคุณนะคะที่ท่านโอ่งเขียนเรื่องนี้ให้ได้หวนคิดถึงวันวาน

#7 By cyann (125.24.175.126) on 2011-11-25 17:46

เข้ามาอ่านได้สี่รอบในเวลาสองวัน
แต่มันก็ยังเศร้าอยู่ดี

แต่ไม่รู้ทำไมทั้งที่เศร้าขณะเดียวกันเราอดยิ้มไปกับความรักทุ่มเทของเคะคนนี้ไม่ได้...

ก็อยากได้ยินประโยคนี้นะค่ะ
'ผมรักคุณ'

#6 By (●´∀`●) prii_me ☂★ on 2011-11-23 21:03

อ่านเมื่อวาน เเล้วอ่านย้ำวันนี้อีกรอบ รู้สึกว่าตัวเองบ่อน้ำตาตื้นมากเลยอ่ะ ฟิคสนุกมาเลย อยากให้ตอนจบสมหวังกันจริงๆฮือ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะค้าTwT

#5 By kuruma*0* (49.49.102.36) on 2011-11-22 18:31

ใช้เวลาทำสมาธินานมากๆเลยค่ะสำหรับเอนทรี่นี้
อ่านแล้วน้ำตาไหลไม่หยุด

มันอธิบายไม่ถูกจริงๆว่ารู้สึกยัง
รู้แต่เพียงว่ามันอบอุ่นเหลือเกิน

ตั้งแต่ต้นจนจบเราไม่ได้รู้สึกโทษใครเลย ทั้งผู้หญิงคนนั้นที่มาแย่งเมะไปจากเคะ หรือเมะที่ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของใคร หรือเคะที่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้...

แม้แต่ตอนพิมพ์เราก็มือสั่นไม่หยุดเลยค่ะ

#4 By (●´∀`●) prii_me ☂★ on 2011-11-21 21:30

ซึ้งมากคะ ขอแค่ได้บอกว่ารักเขาจะตอบมาว่ายังไง ก็จะไม่เสียดายหรือเสียใจ ขอบคุณคะพี่ที่แต่งเรื่องซึ้งๆมาให้อ่าน

#3 By pak (103.1.167.200) on 2011-11-21 17:06

โอ่งซังทำข้าเจ้าร้องไห้อ่ะ มันอึดอัด มันรู้สึกจุกในอกยังไงก็ไม่รู้angry smile อ่านแล้วอารมณ์มันล่องลอยตาม เศร้ามากเลยค่ะ แอบอยากให้มีสเปฯอยากรู้อารมณ์ของฝั่งเมะ ขอบคุณโอ่งซังที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านค่ะbig smile

#2 By คนบ้า y on 2011-11-21 14:45

ได้เข้ามาอ่านโดยบังเอิญเพราะติดใจหัวเอนทรี่ open-mounthed smile

ชอบมากๆค่ะ ชอบมากจริงๆ มันอบอุ่นหัวใจแต่มันก็เหงานะคะ และเศร้ามากจริงๆ อยากให้แฮปปี้เอนดิ้งจัง

ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้ให้อ่าน บีบคั้นดีจริงๆ

#1 By 【いくみ】 on 2011-11-21 02:44