[Fic KHR](XS) The replacement...Chapter 53..End

posted on 02 Apr 2013 12:17 by puccap44 in TheReplacement

Title :: The replacement

Chapter :: 53 [End]

Pair :: XS

Rate :: PG

 

ความสงบเงียบอย่างประหลาดกระตุ้นจิตใจที่กำลังจมจ่อมอยู่กับห้วงนิทราจำต้องตื่นขึ้น เปิดเปลือกตาบางเพื่อกวาดมองโดยรอบ ใจกลางสถานที่ไม่คุ้นตา...พื้นหญ้าสีเขียวอ่อนกำจายจนรู้สึกสดชื่น แสงแดดเบาบางที่แตะต้องกลีบดอกพีโอนีสะท้อนความแวววามของเกล็ดน้ำค้างยามเช้า แม้จะยังงุนงงหากสควอโล่กลับรู้สึกผ่อนคลายนัก สัญชาตญาณร้องบอกว่าในสถานที่แปลกตานี้จะไม่มีสิ่งใดมาทำอันตรายเขา

 

 

 

 

ร่างโปร่งเดินระเรื่อยไปตามแนวของดอกไม้สีอ่อนบาง ปล่อยใจไปกับความสบายของทุกสิ่งที่รายรอบ ก่อนโสตอันเฉียบคมจะแว่วได้ยินเสียงกระซิบผะแผ่ว ที่แม้จะเบาบาง...แต่แสนแจ่มชัดราวกับถูกกระซิบให้ฟังอยู่ริมหู

 

 

 

 

‘สควอโล่’

 

 

 


เสียงแสนคุ้นเคยเพียงเพราะเป็นเสียงที่ได้ยินมาตลอดชีวิต เสียงที่เคยเอาแต่ผรุสวาทด่าทอ กระโชกยามโทสะบังเกิด แปรเปลี่ยนเป็นครางคำรามต่ำอย่างสุขสมยามได้กอดรัดเรือนกายและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา น้ำเสียงที่จากเคยไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ นอกจากความไม่พอใจยิ่งยวด...หากครานี้กลับอ่อนเบาแผ่วหวาน พลอดกระซิบคำรักมอบให้จนผู้ฟังหลอมละลาย โอนอ่อนยินยอมให้วงแขนแกร่งของเจ้าของน้ำเสียงกอดรัดตนอย่างเต็มใจ

 

 

 

 

สุรเสียงของเจ้าชีวิต ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพิรุณโลหิตทั้งร่างกาย จิตใจ ทั้งความรักและความภักดี

 

 

 

 

‘ไอ้ฉลามสวะ...’

 

 

 


เสียงนั้นแว่วดังขึ้นอีกจนเท้าขาวเปลือยเปล่าต้องค่อย ๆ เหยียบย่ำผ่านพรมหญ้าตรงไปยังต้นเสียงที่ดังอยู่เบื้องหน้า

 

 

 

 

โดยไม่รู้ตัว...สถานที่รอบตัวพลันแปรเปลี่ยน จากสีเขียวขจีของผืนหญ้ากลับกลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาด กลิ่นที่โชยมากระทบฆานทำให้สควอโล่รับรู้ว่าตนกำลังยืนอยู่ในห้องหนึ่งของโรงพยาบาล และความสงสัยในตัวเจ้าของห้องยังไม่ทันคลาย...คำตอบก็ปรากฏขึ้นราวกับไม่ต้องการให้วรุณแสนสวยรอคอยนาน

 

 

 

 

ร่างบอบบางนอนนิ่งหายใจรวยรินอยู่บนเตียง เรือนกายที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลจนกลบทับเนื้อผิวกับสายระโยงระยางที่นำพาน้ำเกลือ ยา และเลือดสำรองทำให้    สควอโล่รับรู้ว่าร่างนี้อยู่ในภาวะที่เรียกว่าสาหัสมากเพียงไหน เทพดาบรุ่นที่สองเดินเข้าไปหาคนที่เอาแต่นอนหลับเงียบ ๆ ปรายตามองหน้าจอมอนิเตอร์อันแสดงสัญญาณชีพที่คล้ายจะริบหรี่ลงทุกขณะ

 

 

 

 

โดยไม่รู้ตัว...ด้านข้างกายนั้นปรากฏร่างหนาในอาภรณ์สีดำ ใบหน้าประดับรอยแผลมีแต่ริ้วรอยความกังวลต่อคนที่อยู่ในคลองเนตรสีโลหิต...ดวงตาที่เคยทอแต่ความโหดร้ายและเหยียดหยามยามจ้องมองสายพิรุณ หากครานี้คลอคลองแต่ความห่วงหา เจือความโศกเศร้าราวกำลังตอกย้ำความผิดที่ตนเป็นสาเหตุให้ร่างตรงหน้าต้องประสบเคราะห์ร้ายเช่นนี้

 

 

 

 

สควอโล่หาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมภาพรอบข้างถึงค่อย ๆ เปลี่ยนไปอีกครั้ง จากร่างที่นอนหายใจแผ่วจนแทบไร้ซึ่งเปลวเพลิงแห่งชีวิตกลับกลายเป็นฟื้นตื่น ดวงตาสีจางเยี่ยงสายธาราถูกเปิดขึ้น ใบหน้าซูบซีดถูกประดับด้วยริ้วรอยแส้ที่ถูกผู้ทรยศต่อวองโกเล่ฟาดใส่ขึงตึง...เรียบเฉยราวไร้ความรู้สึก ลูกแก้วคู่สวยมองตรงไปเพียงเบื้องหน้า เลื่อนลอยจนผู้ได้แต่เฝ้ามองเช่นฉลามคลั่งอยากรู้เหลือเกินว่าตุ๊กตาแสนงามวิจิตรนั้นกำลังมองหาสิ่งใดอยู่

 

 

 

 

แม้จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของความตายหากกลับไร้ซึ่งกระแสความรู้สึกใด ๆ ตลอดเวลา...หากไม่เข้าสู่นิทรารมย์ก็เอาแต่เหม่อมองเลื่อนลอย เหล่าผู้ร่วมงานที่วนเวียนมาทักทายก็ได้รับเพียงความนิ่งเฉย หากร่างนั้นกลับไม่เคยเดียวดาย...เคียงข้างยังคงเป็นชายคนเดิมที่เฝ้าคอยดูแลไม่ห่าง เรือนกายไร้เรี่ยวแรงแม้แต่แค่พยุงตัวจะมีร่างหนาของนภาทึบแสงแห่งวาเรียคอยเป็นหลักยึดให้พักพิง กลีบปากที่เอาแต่ปิดเม้มจะถูกปลายนิ้วหยาบบีบนวดแผ่วเบาเพื่อให้เปิดอ้ารับอาหารรสเลิศเข้าไปก่อนนิ้วนั้นจะลูบลงบนลำคอระหงเพื่อกระตุ้นการกลืน การกระทำแสนอ่อนโยนและอดทนยิ่งต่อวรุณผู้บอบช้ำที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเป็นเพียงตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหว

 

 

 

 

ภาพตรงหน้าที่ถูกฉายให้เห็น...สิ่งเดียวที่สควอโล่ทำได้คือเป็นเพียงแค่ผู้เฝ้ามอง

 

 

 

 

มอง...รัตติกาลแห่งวาเรียกำลังประคับประคองร่างอ่อนแรงไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน

 

 

 

 

เงี่ยฟัง...เสียงทุ้มกระซิบพูดคุยแผ่วเบากับตุ๊กตาแสนสวยที่ได้แต่มอบความนิ่งเฉยตอบกลับอย่างอดทน

 

 

 

 

เป็นพยาน...รับรู้ถึงรอยจุมพิตที่แนบประทับลงบนกลีบปากสีกุหลาบซีดอย่างอ่อนหวาน ขยับเรียกร้อง...เว้าวอนให้ความหอมนุ่มนั่นตอบรับ และแม้จะไม่ได้รับสิ่งที่ปรารถนาแต่นภาหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ กลับเฝ้ามอบจูบหวานล้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับหวังให้มันเป็นสิ่งฉุดดึงสติของหยาดพิรุณที่ล่องลอยหายไปให้กลับคืนมา

 

 

 

 

 

< x s >< x s >< x s >< x s >

 

 

 

 

 

ความเงียบรายล้อมตัวอีกครั้ง...เปลือกตาสีน้ำนมถูกเปิดออกอีกครา กวาดมองสิ่งแวดล้อมที่กลับมาเคยคุ้น ห้องขนาดกะทัดรัดของรองหัวหน้าแห่ง    วาเรียกับร่างของตนที่นอนขดอยู่ใต้ผืนผ้าห่ม ข้างกายคือตุ๊กตาฉลามขาวตัวเขื่องที่ถูกเจ้าของห้องกอดรัดไว้ตลอดทั้งคืน

 

 

 

 

“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะสควอจัง~” คำทักทายที่ถูกดัดจนเสียงแหลมของกะเทยธาตุอรุณดังขึ้นทันทีที่เปิดประตูห้องแล้วพบว่าคนที่เอาแต่นอนซมมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะ ยังเวียนหัวหรืออยากอาเจียนอยู่หรือเปล่า”

 

 

 

 

ศีรษะสีเงินส่ายปฏิเสธ ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะก่อนกลีบปากที่ปิดสนิทมาตลอดจะค่อย ๆ เอื้อนเอ่ย

 

 

 

 

“ลุซ...แกช่วยเล่าให้ฉันฟังทีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากฉันโดนพวกทาร์ลัสจับไป” คำถามที่สควอโล่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนถึงไม่เคยอยากรู้เลยสักนิดว่าก่อนจะมีชีวิตอยู่ภายใต้ความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ เสี้ยวความทรงจำที่หายไปเป็นระยะเวลาหลายเดือนนั้นมันเป็นเช่นไร...

 

 

 

 

คำบอกเล่าจากผู้ครองไฟธาตุอรุณเจื้อยแจ้วอยู่ข้างหู บอกเล่าถึงความสาหัสของฉลามขาวที่ถูกทรมานด้วยรอยแส้นับร้อย รอยเลือดแห้งเกรอะกรังติดผิวสีน้ำนม กับความพิโรธที่ปนเปความเศร้าโศกของผู้กุมทุกชีวิตของวาเรีย ร่างสูงของนภามืดเอาแต่เฝ้าคอยดูแลหยาดพิรุณผู้ไร้สติไม่เคยห่าง ละทิ้งซึ่งความเอาใจใส่ในร่างกายของตัวเองเอาแต่ดูแลตุ๊กตาสีเงินที่ฟื้นตื่น...จนแทบจะเรียกได้ว่าชีวิตที่หลุดพ้นจากเงื้อมมือพญามัจจุราชนี้ถูกหล่อเลี้ยงให้ฟื้นคืนจนกลับกลายเป็นสายฝนแสนเปราะบางได้ด้วยความเอาใจใส่อย่างอดทนของชายผู้ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในวงการมาเฟีย

 

 

 

 

เหตุการณ์ที่ได้รับฟังไม่ต่างกับเป็นคำอธิบายภาพที่ตนเพิ่งเห็นในความฝันอย่างเหมาะเจาะ...ประหนึ่งเป็นคำตอบให้เศษเสี้ยวความทรงจำของสควอโล่ที่เพียรพยายามเท่าไหร่ก็นึกไม่เคยออก

 

 

 

 

เสียงทุ้มของเจ้าชีวิต...ที่พร่ำเรียกชื่อของตน

 

 

 

 

เสียงสะท้อนอ่อนละมุนที่เคยได้ยินจากที่แสนไกลราวกับดังก้องอยู่ในห้วงฝันมาตลอดนั้น...ตนได้ยินมาจากไหน

 

 

 

 

คำกระซิบปลอบโยน แผ่วเบา ให้กำลังใจที่ได้ยินในความฝันมาตลอดนั้นคือน้ำเสียงของเจ้าชีวิต

 

 

 

 

อ้อมกอดอบอุ่น แข็งแกร่ง หวงแหนร่างที่ตกอยู่ในวงแขนยิ่งกว่าสิ่งล้ำค่าชิ้นไหน สัมผัสแตะต้องอันอ่อนโยนยิ่งคล้ายกำลังประคับประคองแก้วใสที่เสี่ยงต่อการแตกหักได้ทุกวินาที

 

 

 

 

กระไออุ่นที่กำซาบสู่หัวใจ...ตราตรึงอยู่ในความทรงจำแต่ไม่เคยสักครั้งที่ฉลามขาวจะนึกออก

 

 

 

 

คิดเสมอ...ว่านั่นคือความฝัน

 

 

 

 

คิดมาตลอดว่าทุกสิ่งคงเกิดจากความปรารถนาอันล้ำลึกในใจที่อยากให้ชายที่เฝ้าหลงรักปฏิบัติต่อตนด้วยความรักล้นค่า

 

 

 

 

มั่นใจ...ว่าเจ้าชีวิตไม่มีทางกระทำอ่อนโยนกับตนเฉกนั้น

 

 

 

 

นั่นเอง...ที่ทำให้ตุ๊กตาตัวสวยไม่ยอมหวนคืนกลับมามีชีวิต เพราะเอาแต่เสพติดกับการกระทำแสนอ่อนหวานที่ตนเฝ้าฝันใฝ่มาเนิ่นนาน

 

 

 

 

หากคำยืนยันของลุซซูเรียก็ทำให้สควอโล่ยิ่งกว่ามั่นใจว่าภาพที่เห็นคือคำตอบของคำถามจากส่วนลึกของจิตใจตน

 

 

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของนภามืดคือหยาดฝนสีเลือด

 

 

 

 

ตั้งแต่คราแรก...

 

 

 

 

และตลอดไป

 

 

 

 

 

< x s >< x s >< x s >< x s >

 

 

 

 

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนกลอกมองไปยังผืนเตียงกว้างที่ผู้มาเยือนกำลังนั่งอยู่บนนั้น ร่างโปร่งบางในอาภรณ์ชุดนักเรียนต่างสถาบัน ผมสีไพลินทรงแปลกตาที่ไม