เพิ่งอ่านนิยายเรื่องตำนานรักเหนือภพจบ

 

เป็นนิยายอีกหนึ่งเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกอิ่ม แม้จะรู้สึกอิ่มไม่มากมายแต่เราก็ได้พบว่ามันก็มีความสวยงามในตัวของมันเอง อาจเพราะตัวละครทุกตัวไม่ได้เป็นมนุษย์เพอร์เฟ็คทุกด้าน แต่กลับมีความสุดโต่งไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

ขนาดไป๋จื่อฮว่าที่เหมือนจะเป็นเทพเซียนผู้สมบูรณ์แบบ ได้รับความยกย่อง ยอมรับและเคารพจากทุกคนในเรื่องโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ แต่เขากลับเป็นคนเพียงคนเดียวที่มีความยึดติดมากที่สุดในเรื่อง ยึดติดจนกระทั่งเมื่อสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปสติอันเคยมั่นคงก็กระจัดกระจาย...จนคลับคล้ายกับเสียสติ

 

แต่จนแล้วจนรอด...เมื่อได้รับโอกาสกลับคืนมาอีกครั้งเขาก็ยังคงยึดติดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้การยึดติดของเขาคงอยู่ภายใต้จิตใจที่อาจกลับมามั่นคงและมีความสุขไปตลอดชีวิตอมตะ

เหมือนกับคำพูดของเขาที่ว่า ‘ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายไม่ใช่คำสาป แต่อาจเป็นความเมตตาจากเทพ’

นิยายเรื่องนี้คงไม่กลับมาอ่านซ้ำทั้งหมด ไม่ซื้อเก็บ แต่คงหยิบยืมมาอ่านแค่เป็นช่วง ๆ ที่รู้สึกประทับใจเท่านั้น เพราะไม่ได้รู้สึกประทับใจกับเนื้อเรื่องทั้งหมด

 

บางส่วนมีไร้เหตุผล บางส่วนออกทะเล และบางส่วนรู้สึกได้ถึงความงี่เง่าของนางเอกจนเกินไป โดยเฉพาะในความรู้สึกส่วนตัวที่ทำให้ภาพลักษณ์สูงส่งของพระเอกเสียหาย (- -"

 

ตัวละครที่ชอบที่สุดคือซาเชียนโม่เพราะชอบฟีโนไทป์ นิสัยที่ตรงไปตรงมา รักคือรัก เกลียดคือเกลียดแต่ทุกอย่างก็สามารถยอมทิ้งทั้งหมดได้เพื่อตัวเล็กของเขา และที่สำคัญคือเราชอบคาร์แรด ๆ แบบนี้ 5555

 

แต่ถ้าถามว่าชอบนิสัยตัวละครไหนที่สุดในเรื่อง คงตอบว่า “ไม่มีเลย” เพราะอย่างที่บอก ทุกคนสุดโต่งไปคนละด้าน ยึดติดกันคนละแบบ ที่ดูเป็นปกติที่สุดคงเป็นท่านนักปราชญ์เซิงเซียวโม่ แต่เขาก็ไม่ได้มีการกระทำอันเกิดจากนิสัยผลักดันทำให้เรารู้สึกประทับใจอะไรจนถึงขั้นชื่นชอบเขาได้

 

ดังนั้นเลยตอบได้อีกคำตอบนึงว่า โอเคกับตัวละครทุกตัว ที่ถึงจะสุดโต่งแต่พอมาเอามาไว้ร่วมกันแล้วก็ทำให้เนื้อเรื่องมันกลมกล่อม สวยงามในแบบของมัน

อ่าน 3 เล่มจบด้วยความรู้สึกที่ไม่ปลอดโปร่ง ยังรู้สึกหน่วงอยู่ในใจ อาจเพราะมันจบด้วยความผิดและโทษทัณฑ์ที่ไป๋จื่อฮว่าต้องชดใช้ แต่พอมีเล่มพิเศษออกมาก็รู้สึกว่า เออ...นี่แหล่ะคือสุขสมบูรณ์

 

แม้ทุกความผิดที่ทุกคนร่วมก่อกันขึ้นมาจะเหมือนถูกลืมเลือนไปจากอากาศแบบไร้เหตุผลก็ตาม  แม้หลายคนจะสมหวัง บางคนจะผิดหวัง แต่ทุกคนก็เหมือนได้เคลียร์ปมในใจจนเกือบหมด ไม่มีค้างคา ไม่มีติดหนี้กันและกันอีก

 

เพราะเล่มพิเศษนี้เลยทำให้คนอ่านนิยายที่ต้องการความอิ่มจนสุข จนเบาอย่างเรา ได้ยิ้มและหัวเราะกับตัวอักษรของนิยายเรื่องนี้จริง ๆ จนได้ 

 

และหนึ่งในความคิดส่วนตัวของเราที่ผุดขึ้นมาหลังอ่านจบบริบูรณ์แล้วคือ ถ้าไป๋จื่อฮว่าอยากจะพูดอะไรกับผู้แต่ง เขาคงจะถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบตามเอกลักษณ์แต่คงแฝงด้วยความโกรธแค้นว่า “เจ้าเกลียดข้ามากใช่หรือไม่”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำ ถึงแม้จะไม่ใช่นิยายที่สนุกที่สุดสำหรับเรา แต่มันก็เป็นนิยายที่มีทุกรส ซาบซึ้ง เศร้าโศก ตรึงใจ จนมีหลายครั้งที่อยากจะหยิบขึ้นมาอ่านบางบทที่ยังฝังอยู่ในความทรงจำ...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้เบื่อ

แด่ทุกความยึดมั่นถือมั่นของทุกตัวละครในเรื่องนี้ 

..โอ่งดิน

 

Comment

Comment:

Tweet